เกาะฮอกไกโด

เกาะฮอกไกโด

เที่ยวสุดฟินเยือน เกาะฮอกไกโด ด้วยเที่ยวบินหรูระดับ 5 ดาว  5 วัน  3 คืนเที่ยวสุดคุ้มมากไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น เที่ยวสุดฟินยังเกาะฮอกไกโด นั่งกระเช้าไฟฟ้าแสนจะโรแมนติกชมวิวสู่เขาอุสุซาน ต่อด้วยการชมอาณาจักรแห่งกล่องดนตรีนับหมื่นชิ้น ดื่มด่ำกับความงามของเมืองโอตารุ พลาดไม่ได้กับศูนย์อนุรักษ์หมีสีน้ำตาล ชมความน่ารักและแสนรู้ของหมีสีน้ำตาลนับร้อยตัว ชมโรงงานและชิมช็อคโกแลต SHIROI KOIBITO  ช้อปปิ้งจุใจ MITSUI OUTLET และสุดยอดพิเศษกับทริปนี้ที่พลาดไม่ได้เลย ด้วย บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ 3 ชนิด ปูทาราบะ ปูขน ปูซูไว ที่หาทานยาก จัดเป็นสดๆ ถึงให้ได้เลือกทางเลือกอิ่มกันอย่างจุใจไปเลยทีเดียว

เกาะฮอกไกโด

กำหนดการวันที่ 1

20.30 น.     สมาชิกทัวร์พร้อมเพรียงกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูหมายเลข 2 เราจะเดินทางสู่แดนปลาดิบด้วยสายการบินไทย เคาน์เตอร์ D เพื่อเตรียมตัวเดินทาง และผ่านขั้นตอนการเช็คอิน  โดยจะมีพนักงานบริษัทคอยให้บริการ

23.55 น.     เหินฟ้าสู่สนามบินชิโตเซะ ณ  เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ด้วยเที่ยวบินที่ TG 670 ในที่นี้จะมีอาหารเละเครื่องดื่มบริการบนเครื่อง

 

กำหนดการวันที่ 2

08.10 น.        เดินทางถึงสนามบินชิโตเสะ ณ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ต่อด้วยขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่น เมื่อผ่านขั้นตอนเหล่านี้แล้วจะเริ่มต้นทริป เริ่มต้นเดินทางสู่ โนโบริเบทสึ   เป็นเมืองที่ชื่อเรื่องในด้านความสวยงาม และธรรมชาติ นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาเพื่อพักผ่อน ที่สำคัญที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งออนเซ็นที่ดีที่สุดในโลก เมื่อมาญี่ปุ่นทังที ต้องควบคู่กับการแช่น้ำแร่อ่าง เพื่อคลายความเครียดบ้างล่ะ เพื่อความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางบ้างละ บ้างก็ว่าเพื่อสุขภาพผิวที่ดี เลือดลมไหลเวียนเวียนดี สำหรับที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็น หางสรรพสินค้าของออนเซ็น เพราะมีน้ำแร่ที่มีความต่างกันถึง 9 แบบให้คุณได้แช่กันจนตัวเปื่อยไปเลยทีเดียว หากใครที่มีเวลาต้องพักค้าคืนสัมผัสกับบรรยากาศที่ยามค่ำคืน ทางทัวร์จะนำเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ โดยรอบ เพื่อเยี่ยมชมความสวยงามของหุบเขานรกจิโกกุดานิ โดยหุบเขานี้ เกิดจากภูเขาไฟที่ยังไม่ดับก่อให้เกิดน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือด ออกมาในแบที่เราได้กันค่ะ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าชม และต้องพลาดไม่ได้กับการเก็บภาพแห่งความทรงจำไว้เป็นที่ระลึก

เที่ยง  พักด้วยอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ด้วยอาหารพื้นเมืองที่จัดแบบสดๆ ร้อนๆ ออกมาให้ทาน ที่บอกได้คำเดียวเลยว่าอร่อยสุโค่ยอย่าบอกใครเลยล่ะ

เสร็จจากมื้อเทียงต่อด้วยการเดินทางไปยัง ทะเลสาบโทยะ ทะเลสาบแอ่งภูเขาไฟที่มีเกาะใหญ่อยู่ตรงกลาง สำหรับสถานที่แห่งนี้ชื่อว่าเป็นทะเลสาปที่มีความสวยงามไม่แพ้ที่ไหนในประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางของฮาโกดาเตะและซัปโปโร เป็นสถานที่ที่ใช้ในการประชุมของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม

เมื่อมาถึงที่นี่สิ่งแรกที่จะได้สัมผัสคือท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย บนความสวยงามของธรรมชาติ และความตื่นตาตื่นใจแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ด้วยการนำคุณนั่งกระเช้าไฟฟ้าสู่ภูเขาไฟอุสุซาน บริเวณกระเช้าไฟฟ้าที่จะนำพาทุกคนไปสู่ยอดเขานั้นยังมากมายไปด้วยสถานที่ต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์เมืองไอนุ เป็นสถานที่จัดแสดงวิธีชีวิตของชาวไอนุ ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสและเยี่ยมเยียน รวมไปถึงการรำ หรือการแสดงต่างๆที่เป็นของแท้ดั้งเดิมชาวไอนุ  พิพิธภัณฑ์แก้วโชวะชินซัง เป็นสถานที่จัดแสดงเครื่องแก้ว มากมายให้ได้เข้าชมและเลือกซื้อเป็นของฝาก

ทัวร์เกาะฮอกไกโด

ภูเขาไฟอุสุซาน เป็นภูเขาไฟที่ต้นกำเนิดทะเลสาบโทยะขึ้นมา ซึ่งจากการศึกษาและจากหลักฐานที่มีอยู่นั้น สามารถสรุปได้ว่าภูเขาไฟลูกนี้มีการปะทุขึ้นมาทุกๆ 20-50 ปี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ ซึ่งสดๆ ร้อนๆ ของรอบปีที่ได้ประทุมาคือปี พ.ศ. 2543สีขาวลอยออกมาอยู่ตลอดเวลา ทังนี้ไม่เสมอไปนะคะ เพราะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละวันด้วย

ยังไม่ไปไหนไกล ยังอยู่ที่บริเวณทะเลสาบโทยะ  ด้วยการเข้าเยี่ยมชมความน่ารัก และความแสนรู้ที่สวนหมีโชวะชินซัง เป็นหมีสีน้ำตาลกว่า 100 ตัว เอาใจเหล่านักท่องเที่ยวที่รักสัตว์ แทบอยากพากลับเมืองไทยอย่างไรอย่างนั้น หมีสีน้ำตาลเป็นหมีที่หาดูได้ยากและเป็นพันธ์ที่ใกล้สูญพัน ชาวไอนุเชื่อกันว่าเป็นเป็นสัตว์ของเทพเจ้าอีกด้วย

หมดไปหนึ่งวัน ปิดสิ้นวันที่โรงแรม KIRORO RESORT HOTEL หรือระดับเดียวกัน เพื่อการพักผ่อน และร่วมกันทางมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังจากได้อิ่มหนำสำราญกับมืออาหารที่ทางโรงแรมจัดไว้บริการ มาคลายความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าไปกับการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ ในออนเซ็น เป็นการแช่น้ำแร่ในอ่าง ที่อยู่คู่กับการดำเนินชีวิตคนญี่ปุ่นตั้งแต่ดั้งแต่เดิมมา ซึ่งมีความเชื่อกันว่าถ้าได้แช่น้ำแร่แล้วนอกจากผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการทำงานแล้วจะทำให้ผิวพรรณสวยงามและช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้นอีกด้วย  มีให้คุณได้เลือกกันทั้งเป็นอ่างรวมและอ่างเดียว บอกเลยว่าแช่ก่อนนอนดีนักจะช่วยให้หลับได้สนิท และสบายตัวที่สุดเลย

 

กำหนดการวันที่ 3

มื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม เป็นการบริการที่ดีๆ จากทางโรงแรม อาหารทุกมื้อของที่นี่ ล้วนแต่คัดสรรสิ่งที่ดีๆ และสดใหม่ เสิร์ฟตรงได้ทุกมื้อ จากนั้นเดินหน้าท่องเที่ยวและเพิ่มความสุขต่อด้วย เมืองโอตารุ ซึ่งถือเป็นเมืองท่าเรือขนาดเล็ก ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองซัปโร เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกเหมาะสมเป็นอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวคู่ไหนที่ต้องการเข้ามาฮันนีมูล คุณอาจได้มีตัวน้อยกลับไปอย่างแน่นอน

ที่เมืองโอตารุยังคงความเป็นดั้งเดิมและรักษาวัฒนธรรมและวิถีความเป็นอยู่บริเวณริมคลองไว้อย่างสวยงาม ที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่จะเป็นความสวยงามของบ้านเรื่องและที่อยู่อาศัย ที่มีการตกแต่งและออกแบบสไตล์ตะวันตก สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากเดิมนั้นเมืองโอตารุแห่งนี้ได้รับอิทธิพลจากการค้าระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศแถบยุโรป

สำหรับวันนี้เปิดอิสระให้คุณเดินชมความสวยงามของเมืองเลียบคลองโอตารุ ได้เยี่ยมชมความสวยงามเหล่านั้น เซลฟี่กันแบบจุใจไปเลยทีเดียว คุณเองจะรู้สึกถึงความสวยงาม อลังการและต้องการที่เก็บภาพเรื่องราวเหล่านี้ไว้ให้กลุ่มคนรุ่นหลังได้เข้ามาท่องเที่ยว คลองโอตารุเป็นคลองที่เกิดขึ้นจากการถมทะเล โดยมีการสร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1923 เพื่อในการขนถ่ายสินค้าจากเรื่อใหญ่สู่โกดังในเมือง เมื่อเลิกใช้ก็มีการถมอีกครึ่งหนึ่งเพื่อใช้เป็นเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยว สำหรับอาคารที่ถูกสร้างด้วยอิฐแดง เดิมใช้เป็นโกดังเก็บของนั้นปัจจุบันนี้กลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ไปแล้ว โดยรอบประกอบไปด้วยร้านค้าต่างๆ ที่วางขายของที่ระลึก ร้านอาหาร เครื่องดื่มให้คุณได้เลือกซื้อ เลือกชิมลิ้มลองความอร่อยกัน ต่อด้วยการเข้าเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว โดยการแสดงเทคนิคการเป่าแก้ว เพื่อให้ออกมาเป็นรูปแบบต่างที่สวยงามและมีสีสันที่สวยงามต่างกันไป

ก่อนมื้อเที่ยง ยังมีเวลาที่จะเข้าไปท่องเที่ยว เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี รู้หรือไม่ว่าสถานที่แห่งนี้ได้มีอายุเกือบร้อยปี เป็นสถานที่เก่าแก่ ที่ยังคงความสวยงามและบันทึกเรื่องราว สิ่งที่สำคัญๆไว้สู่คนรุ่นหลังได้เข้ามาเยี่ยมชม และศึกษากัน โดยทุกคนจะได้ชมกล่องดนตรีสวยๆ ในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นของสะสมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมๆกันแล้วเกินกว่า 10000 ชิ่น ที่ได้ถูกจัดเก็บไว้เป็นอย่างดี ไฮไลท์ของที่นี่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้คิดรูปแบบกล่องดนตรีที่ตนเองต้องการออกมาในรูปแบบของตัวเอง เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้อีกด้วย หรืออาจใช้เป็นของฝาก หรือให้คนรัก

แวะทานมื้อเที่ยง ที่ภัตตาคารชื่อดัง ด้วยเมนูอาหารพื้นเมือง ได้รสชาติถึงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ หลังจากมื้อเที่ยวเอาใจเหล่าคอชอกโกแล็ต ด้วยการนำคุณเข้าสู่โรงงานช็อกโกแลต ณ หมู่บ้านอิชิยะ ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตช็อกโกแลตขนาดใหญ่ ไม่ว่าใครต่างก็รู้จักกับโรงงานแหล่งนี้ โดยนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังที่นี่สามารถเลือกซื้อช็อกโกแลตต่างๆ เพื่อนำกลับไปทาน หรือฝากคนที่บ้านได้อีกด้วย และถือว่าเป็นหนึ่งชิ้นที่น่าสนใจไม่น้อยนั่นคือ  ช็อกโกแลตสีขาวแด่คนรัก(ShIroi Koibito) เป็นช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่ไม่ว่าจะเป็นใครต่างต้องการที่จะเข้ามาลิ้มลอง และชิมเจ้าช็อกโกแลตสีขาวด้วยกันทังนั้น ภายรอบโรงงานได้มีการจัดตกแต่งสถานที่อย่างสวยงาม เพื่อที่จะได้เดินท่องเที่ยว หรือเยี่ยมชมความสวยงามจากดอกไม้และต้นไม้ที่ถูกจัดออกแบบสไตล์ยุโรปทำให้หลายคนรู้สึกอดใจไม่ไหวกับการแวะถ่ายภาพสวยๆ เก็บไว้ในความทรงจำ อย่าลืมที่จะเลือกซื้อชอกโกแล็ตแสนอร่อยที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ติดไม้ติดมือกลับไปให้คนที่บ้านล่ะ

เสร็จจากของหวานและเต็มกระเป๋าไปด้วยช็อกโกแลตแล้วล่ะก็ เดินทางท่องเที่ยวและเยี่ยมชมความสวยงามกันต่อกับ ศาลเจ้าฮอกไกโด เป็นศาลเจ้าที่ผู้คนฮอกไกโดให้ความนับถือเป็นอย่างมากเพราะเชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้าโยฮะชิระ ผู้พิทักษ์เกาะฮอกไกโดและคอยปกปักษ์รักษาชาวเมืองบนเกาะมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก ดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นคนท้องถิ่นจึงนิยมไปสักการะไม่ขาดสาย  แขกไปใครมาต่างต้องแวะเข้ามาเคารพและขอพร เป็นศาลเจ้าประจำเกาะฮอกไกโดที่ถูกสร้างขึ้นมาตามความเชื่อของศาสนาชินโตตั้งแต่ปี 1871 ชื่อเดิมของศาลเจ้าแห่งนี้คือ ศาลเจ้าซัปโปโร

ต่อด้วยการทานอาหารค่ำ  ณ ภัตตาคาร และเข้าพักที่ โรงแรม APA HOTEL SAPPORO ที่แสนจะหรูหรา ท่ามกล่างอากาศที่แสนสบาย

เที่ยวเกาะฮอกไกโด

กำหนดการวันที่ 4

เมื่อทุกคนเสร็จภารกิจมื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม ต่อด้วยการเดินทางมุ่งหน้าสู่ การเข้าชมชมด้านนอกของ ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด  ทีนี่จัดเป็นอีกหนึ่งสถานที่แห่งความทรงจำและเก่าแก่ในฮอกไกโดเลยก็ว่าได้ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาในปีพ.ศ. 2416ภายในประกอบไปด้วยตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการออกแบบในสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกา จุดเด่นในการสร้างมีการที่อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อน โดยฮิฐที่นำมาสร้างเหล่านั้นเป็นอิฐที่ทำมาจากหมู่บ้านซิโรอิชิและโทโยชิร่าทั้งหมด ตัวตึกได้ผ่านการใช้งานกว่า  80 ปี แต่ทั้งนี้ยังคงความงดงามให้เราได้เยี่ยมชมและเข้าศึกษากัน เนื่องจากได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่ขึ้นมาก ภายหลังเกิดเหตุการณที่ไม่คาดคิดในปี พ.ศ. 2454 เนื่องจากไฟไหม้ทั้งหลัง หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง แต่ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรม และเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ ได้มีการจัดให้ขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปีพ.ศ. 2512 และเปิดให้เข้าเยี่ยมชมตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน

อีกหนึ่งสถานที่ในฮอกไกโด ที่ไม่ควรพลาด หากพลาดไปถือว่าน่าเสียดายอย่างมาก คือหอนาฬิกาซัปโปโร เนื่องจากเป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดเป็นสิ่งก่อสร้างที่บ่งบอกถึงความเป็นประวัติศาสตร์อันยาว คอยเฝ้ามองการพัฒนาการของซัปโปโรไปเรื่อยๆ จัดเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนซับโปคอยบอกเวลาให้ทุกคนได้รับรู้ด้วยเสียงระฆังที่ดังก้องไปทั่วๆ เมืองทุกๆ ชั่วโมง

หอนาฬิกาแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2421 โดยสร้างขึ้นตามแนวความคิดของดอกเตอร์คลาก โดยพัฒนากจากโรงฝึกงานของมหาวิทยาลัย ฮอกไกโด มาเป็นหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลาตั้งแต่ พ.ศ.2424 จนถึงปัจจุบัน ทุกสันนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร และได้รับการจดทะเบียนให้มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ถ้าเดิมไปรอบๆ คุณจะพบกับนำ สวนโอโดริ เป็นสวนสวยใจกลางเมือง ที่ทอดตัวยาวจากตะวันออก ไปตะวันตกโดยกว่า 1,400 เมตร คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาที่นี่ ต้องการที่จะเข้ามาพักผ่อน หรือใช้เป็นสถานที่จัดงานต่างๆ เนื่องจากมีบรรยากาศที่สวยงาม มีต้นไม้น้อยใหญ่ที่ถูกปลูกและดูแลเจริญเติบโตอยู่ใจกลางเมือง ไม่ว่าใครต่างต้องการที่จะเข้ามารับอากาศที่บริสุทธิ์ด้วยกันทั้งนั้น สูดอากาศให้เต็มปอดเพื่อการเดินทางต่อ

ชื่อชมความสวยงาม และรับอากาศที่สดใสจากธรรมชาติใจกลางเมืองพอแล้วต่อด้วยการเดินเลือกซื้อของ เสื้อผ้า กระเป๋า ของฝาก ของที่ระลึกได้ที่ทานุกิโคจิ จัดเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ที่เก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นบุกเบิก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้อองการเลือกซื้อของฝากจากฮอกไกโด เป็นชุมชนร้านค้ากว่า 200 ร้านทอดยาว 1 กิโลเมตร ตลอดทั้งทางทิศตะวันออกและตะวันตกของใจกลางเมืองซับโปโร ที่มีการเชื่อมต่อกันด้วยหลังคา สามารถรองรับได้ทุกสภาพอากาศตั้งแต่เขตนิชิ 1 – 7 lสามารถใช้งานได้ตลอดไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศไหนๆ ทั้งร้อน ฝน หรือฤดูหนาว

ถือว่ากำเนิดตั้งแต่รุ่นบุกเบิก เมื่อทางภาครัฐบาลได้กำหนดให้ซัปโปโรเป็นเมืองบุกเบิกในปี ค.ศ. 1869 ก็ได้เริ่มมีการสร้างตลาดถนนคนเดินทานุกิโคจิ ขึ้นมาจนปัจจุบันมีทั้งร้านค้าเก่าและใหม่สลับกันไปที่จะเข้ามาขายของที่ระลึก และเป็นร้านคาราโอเกะบริการสำหรับนักท่องเที่ยว มาจับจ่ายใช้สอย ทำให้มีความคึกคักและมีชีวิตชีวา ได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ทุกครั้งที่เข้ามา

มื้อเที่ยง  เป็นมื้อที่รอคอย เพราะคุณจะได้พบกับ อาหารที่แสนจะพิเศษ และเป็นไฮไลท์ของทริปนี้นั่นคือการพาลูกทัวร์ ได้เข้าสูบรรยากาศการทานอาหารทะเล พิเศษไปกับบุฟเฟต์ปิ้งย่างปู 3 ชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ปูสุไว ปูขน ปูทาราบะ หอยเชลล์ หอยนางรม กุ้งทะเล ซาชิมิสดๆ และซูชิหน้าต่างๆ ครบเครื่องจนไม่อยากจากไปไหนเลย ณ ภัตตาคารชื่อดัง และมีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของฮอกไกโด เป็นมื้อที่แสนฟิน สดใหม่ ส่งตรงจากทะเล รับประกันความอร่อย

ต่อด้วยการเดินย่อยอาหาร ด้วยการเลือกซื้อของ ชอปปิ้งถลุงเงินเย็น ที่มิตซุย เอ้าท์เล็ต (MITSUI OUTLET)  คราวนี้ขาชอบเตรียมตัวเดินเลือกซื้อกันได้เลย เพราะที่นี่เป็นศูนย์รวมแฟชั่นทันที่สมัยของญี่ปุ่น มากมายไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ มากมาย ทั้งที่เป็นชื่อดังระดับประเทศกว่า 128 แบรนด์ เช่น Coach Armani, Ralph Lauren, Seigo ที่มาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกจับจองเป็นเจ้าของ ราคาถูกกว่าที่เมืองไทย 2-3 เท่าตัวเลย ไม่เพียงเท่านี้เพราะภายในยังประกอบไปด้วยร้านอาหารดังๆ อร่อย และสินค้าปลอดภาษีมากมายให้คุณได้เบากระเป๋า เป็นสินค้าสำหรับทุกคนตั้งแต่สินค้าแฟชั่นหญิงชาย และเด็กหรือผู้ใหญ่ ตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้เล่นกีฬาและสินค้าทั่วไป  นอกจากนี้ภานในห้างยังประกอบไปศูนการค้าใหญ่ มีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ที่สามารถจุผู้คนมากกว่า 650 ที่นั่ง  หนึ่งร้านทีต้องการแนะนำคือ Hokkaido Roko Farm Bridge ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าท้องถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศฟาร์มในประเทศญี่ปุ่น ที่สำคัญที่นี่ยังมีสินค้าสดๆ จากฟาร์มขาย

มื้อค่ำเป็นมื้ออิสระ ทุกคนสามารถเลือกซื้อ เลือกทางอาหารได้ตามอัธยาศัยจากนั้นค่อยเดินทางเข้าพักผ่อน ที่โรงแรม  APA HOTEL SAPPORO  เพื่อเก็บแรงในการเดินทางกลับสู่อ้อมกอดของประเทศไทยเรา

 

กำหนดการวันที่ 5

ตื่นมาเช้านี้สูดอากาศให้เต็มปอด ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่สนามบิน แวะรับมื้อเช้าท่างดรงแรมได้จัดไว้ให้ ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นรถของทางทัวร์ได้นำทุกทางมาสู่สนามบินชิโตเสะ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย แนะนำว่าทุกท่าควรรักษาเวลาด้วยนะคะเพื่อการเดินทางที่แสนสุข

10.45 น.     ได้เวลาแล้วทีทุกคนจะได้เหินฟ้ากลับสู่แดนสยาม ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG671 ในที่นี้จะมีอาหารและเครื่องดื่มไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวบนเครื่อง

16.35 น.     เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจที่ทุกคนได้รับ

About the Author