ประสบการณ์การขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ ไม่ยากอย่างที่คิด

ประสบการณ์การขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ ไม่ยากอย่างที่คิด

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินมาบ้างว่า การขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอังกฤษยากไม่แพ้การขอวีซ่าไปสหรัฐอเมริกาเลย ทั้งจากกระทู้แชร์ประสบการณ์และตามเว็บท่องเที่ยวต่างๆ วันนี้ ผู้เขียนจึงขอนำประสบการณ์การขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ แถมผ่านด้วย มาเล่าให้ฟัง ใครที่อยากผ่านวีซ่า ไม่อยากยื่นให้เสียเงินค่าธรรมเนียมหลายรอบ (เพราะแพงมาก) บอกเลยว่า บทความจากประสบการณ์ดีๆต่อไปนี้ จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน

ขั้นตอนการยื่นวีซ่า 

  1. ก่อนจะยื่นวีซ่าท่องเที่ยว เราต้องมีการวางแผนการเดินทางว่าจะโดยสารเครื่องบินบริษัทใด เมื่อไปถึงแล้วจะพักที่ไหน เที่ยวที่ไหนบ้าง กิจกรรมต่างๆที่จะทำมีอะไรบ้าง เดินทางไป – กลับในวันใด แผนทุกอย่างที่วางเอาไว้ต้องระบุอย่างชัดเจน ไม่เปลี่ยนกลับไปกลับมา เพราะเราต้องนำมาพิมพ์เอกสารสรุปแผนการเดินทางตั้งแต่ขาไป – ขากลับ (ฉบับภาษาอังกฤษ) เพื่อนำมาเป็นเอกสารประกอบการขอวีซ่าท่องเที่ยว ดังนั้น ต้องเช็คเวลาเปิด – ปิดของสถานที่ท่องเที่ยวเอาไว้ให้ดี  ใครไม่ทราบเชิญได้ที่ Google
  2. เมื่อวางแผนการเดินทางเป็นที่เรียบร้อย ผู้เขียนก็ทำการจองตั๋วการเดินทางขาไป – ขากลับ โรงแรม / ที่พัก หากใครที่ไม่แน่ใจว่าจะผ่านวีซ่าหรือไม่ เพราะกลัวจะเสียค่าที่พักและค่าตั๋วฟรีๆ เนื่องจากมันแพงมาก แนะนำให้จองแบบที่สามารถจ่ายได้ในภายหลัง ซึ่งส่วนใหญ่เวลาไปต่างประเทศจะใช้วิธีนี้อยู่แล้ว เพราะมันสะดวกและอุ่นใจกว่า แต่อย่าลืมปริ๊นเอกสารที่เป็นการยืนยันการจองที่พักมาด้วย เพราะต้องใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวเช่นกัน
  3. หลังจากนั้น ก็เข้าสู่ขั้นตอนการรวบรวมเอกสารต่างๆที่สำคัญ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

Welcome to Visa4UK

  •  Visa Application เป็นการกรอกวีซ่าออนไลน์ทาง  https://www.visa4fco.gov.uk/home/welcome  ขั้นตอนนี้ควรกรอกอย่างละเอียด รอบคอบ เพราะข้อมูลที่สอบถามมีเยอะมาก นั่งทำกันเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว เมื่อกรอกเสร็จให้กลับไปเช็คความถูกต้องอีกครั้ง เมื่อแน่ใจแล้วให้ปริ๊นออกมาเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  • รูปถ่าย 2 นิ้ว 1 ใบ พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น ไม่ใช้สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
  • ใครที่มีการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล ควรนำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล ติดไปด้วย
  • สำเนาหน้าหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • หากใครที่มีเล่มเก่าก็ถ่ายสำเนาหนังสือเดินทางเล่มเก่า พร้อมกับนำตัวจริงมาด้วย
  • ใครที่เป็นพนักงานบริษัท ให้ขอหนังสือรับรองการทำงานมาด้วย ซึ่งจะระบุชื่อ – นามสกุล ตำแหน่ง วันที่เข้าทำงาน เงินเดือน วันที่ลาไปเที่ยว (ข้อมูลทั้งหมด ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษมาแล้วเท่านั้น)
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมหลักฐานทางการเงินย้อนหลัง 6 เดือนล่าสุด
  • หลักฐานการจองที่พัก / โรงแรม / แผนการเดินทางเหมือนที่ผู้เขียนได้บอกเอาไว้แล้ว มันต้องใช้จริงๆนะ เจ้าหน้าที่ถามด้วย อย่าลืมเด็ดขาด
  • สำหรับใครที่มีผู้สนับสนุนด้านการเงิน อย่างเช่น พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานทางการเงินย้อนหลัง 6 เดือน จดหมายรับรองการทำงาน (ฉบับภาษาอังกฤษ) และจดหมายรับรองจากทางผู้ปกครอง (ฉบับภาษาอังกฤษ) มาด้วย
  • สุดท้ายคือ ค่าธรรมเนียมวีซ่าประมาณ 5,100 บาท เอกสารทั้งหมดที่ผู้เขียนเตรียมจะมีเท่านี้

วีซ่าท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ

การยื่นวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ

  • ควรไปก่อนเวลานัดประมาณ 20 นาทีจะดีมาก โดยสถานที่ยื่นวีซ่าคือ The trendy อยู่ที่ซอยสุขุมวิท 13 เมื่อเข้าไปในอาคารจะมีพนักงานที่ยืนตรงหน้าประตูทางเข้า มาสอบถามว่านัดหมายไว้ในช่วงเวลาใด โดยปกติแล้วพนักงานจะให้ขึ้นไปสัมภาษณ์ก่อนเวลานัดประมาณ 10 นาทีเท่านั้น หากใครที่มาล่วงหน้าก็ไม่สามารถแทรกคิวได้ ดังนั้น สิ่งที่ทำได้ในระหว่างรอคือ นั่งรอเวลานัดหมายหรือนั่งที่ร้านกาแฟที่ส่วนใหญ่คนจะเต็มตลอดเวลา เนื่องจากสถานทูตอังกฤษและสถานทูตออสเตรเลียจะใช้พื้นที่ร่วมกัน ส่วนใครที่อยู่จังหวัดเชียงใหม่ สามารถยื่นที่ศูนย์ VFS  อาคารศิริพานิช ชั้น 6 บี  191 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง เชียงใหม่ ได้ โดยมีค่าบริกาเพิ่มเติมจำนวน 55 ปอนด์จากค่าธรรมเนียมวีซ่าปกติ
  • เมื่อถึงเวลาใกล้นัด ก็ให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้ขึ้นไปที่ชั้น 28 เมื่อมาถึงก็ให้นั่งรอคิว ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดผู้เขียนนั่งรอประมาณ 1 ชั่วโมง (นานมาก คิดว่าขึ้นมาแล้วจะได้ยื่นซะอีก)
  • เมื่อถึงคิวเรา ก็ยื่นเอกสารให้กับพนักงานตรวจสอบความถูกต้องและรอเรียกอีกครั้ง เพื่อไปสแกนลายนิ้วมือ ดังนั้น ผู้ที่ไปยื่นวีซ่าทุกประเภทของประเทศอังกฤษต้องไปยื่นด้วยตนเอง เพราะต้องสแกนลายนิ้วมือด้วย โดยรวมแล้วระยะเวลาในการดำเนินการขอยื่นวีซ่าท่องเที่ยวใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (ไม่มีการสัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้น) แค่ถามเล็กน้อย ว่าจะไปทำไร ที่ไหน แต่…หากใครขอวีซ่านักเรียนต้องนั่งรอคิวสัมภาษณ์อีกครั้ง
  • ในระหว่างที่ยื่นวีซ่า เจ้าหน้าที่จะบอกว่าการอนุมัติวีซ่าใช้เวลาประมาณ 15 วัน แต่ถ้าใช้ Fast Track จะใช้เวลา 3 – 5 วันทำการ แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกประมาณ 3,000 บาท (ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เพิ่มราคาขึ้นหรือยัง) ใครที่ไม่รีบก็รอ 15 วัน หากใครรีบต้องการโดยด่วนให้แจ้งความประสงค์กับทางเจ้าหน้าที่ตอนยื่นเอกสารได้เลยและชำระค่าใช้จ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น
  • นอกจากนี้ ยังมีบริการแจ้งสถานะวีซ่าทาง SMS ค่าบริการประมาณ 80 บาท แต่ไม่จำเป็นต้องใช้หรอก เพราะยังไงทางสถานทูตจะแจ้งมาทางอีเมล์อยู่ดี

Big-Ben

การรับวีซ่ามี 3 วิธีคือ

  1. สามารถเดินทางมารับผลวีซ่าเองได้ โดยต้องเดินทางมารับวีซ่าหลังจากทราบผลไม่เกิน 2 วันทำการ
  2. หากใครไม่สะดวกก็ให้จัดส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งจะเสียค่าบริการเพิ่มอีกประมาณ 250 บาท
  3. ให้คนมารับวีซ่าแทน สามารถดำเนินการโดยการเซ็นเอกสารใบมอบอำนาจ / เอกสารที่ได้รับคืนในวันที่ยื่นวีซ่าจะมีใบเสร็จและหน้าหนังสือเดินทาง / สำเนาบัตรประชาชนของคนที่ไปรับวีซ่าแทนเรา

หากเตรียมเอกสารครบ กรอกข้อมูลถูกต้อง บอกเลยว่าการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ ไม่ยากอย่างที่หลายๆคนคิด แล้วเจอกันที่…หอนาฬิกา Big Ben

About the Author