Price: 15,999
Book Now!

ทัวร์พม่า บินตรงเชียงใหม่  เฮง เฮง ท้ายปี 4 วัน 3 คืน

ย่างกุ้ง – หงสาวดี – อินทร์แขวน

เสริม  วาสนา  โชคลาภ  สุขภาพ 

 

ทัวร์พม่า บินตรงเชียงใหม่

 

  • เที่ยวครบทุกไฮไลท์   บินตรงเชียงใหม่ – ย่างกุ้ง  ครบที่สุด ระหว่างเดินทางไม่มีจ่ายเพิ่ม 

  • สักการะ 3 ใน 5 มหาบูชาสถาน ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ทุกคนต้องไป

  • ขอพร  4 ใน 5 องค์เทพทันใจ  เฮงทันใจที่สุด ณ เวลานี้

  • บูชา 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมโชคลาภ  เสริมบารมี  สุขภาพ

  • มหาเจดีย์ชเวดากอง  พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอร์  พระธาตุอินทร์แขวน

  • เจดีย์สุเล่     เจดีโบตาทาวน์     พระราชวังบุเรงนอง

  • พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว   พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี   เทพกระซิบ  

  • ตักบาตรพระสงฆ์  1,000 รูป วัดไจ๊คะวาย     ช้อปของฝากจุใจที่ตลาดสก็อต

  • อิ่มไม่อั้น เมนูพิเศษ!!  ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์  , กุ้งแม่น้ำเผา , สลัดกุ้งมังกร , เป็ดปักกิ่ง

 

อัตราค่าบริการ

 ***  วันเวลาอื่นติดต่อสอบถามเพิ่มเติมค่ะ ***

 

วันที่ 1   :     เชียงใหม่  –  ย่างกุ้ง              ( – / – / เย็น )

 

12.30 น.  คณะพร้อมกัน ณ สนามบินนานาชาติเชียงใหม่    สายการบิน AIR KBZ (K7)  ซึ่งมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ  คอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทาง

14.45 น.  เหินฟ้าสู่ เมืองย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ K7 843 สายการบิน AIR KBZ (K7)

air kbz

** บริการอาหารว่างบนเครื่อง  อาทิ เค้ก แซนวิส ชา กาแฟ น้ำผลไม้  **

อาหารว่าง KBZ KBZ1

 

15.35 น.   ถึง สนามบินมิงกลาดง   เมืองย่างกุ้ง   ( เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์  ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง )  ผ่านพิธีการทางศุลกากร และด่านตรวจคนเข้าเมือง  พร้อมตรวจเช็คสัมภาระ  ก่อนออกเดินทางจากสนามบินสู่เมืองย่างกุ้งโดยใช้เวลาประมาณ  20 นาที

 

นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี หรือคนไทยเรียกว่า พระนอนตาหวาน  เป็นพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดและได้ชื่อว่างดงามที่สุดของประเทศพม่า มีความยาวกว่า 70 เมตร   พระพักตร์และขนตาที่งดงามยิ่ง นัยย์ตาเป็นแก้วสั่งผลิตเป็นพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น  แต้มสีแดงที่พระโอษฐ์  จีวรพลิ้วไหวราวกับของจริง  วางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ใต้พระบาทมีภาพวาดเป็นมิ่งมงคลสูงสุด   ประกอบด้วย ลายธรรมจักร มงคล 108 ประการ  แสดงถึงโลกทั้ง 3  ได้แก่  เครื่องหมาย 59 ประการ แสดงถึงอากาศโลก , เครื่องหมาย 21 ประการ แสดงถึงสัตว์โลก , เครื่องหมาย 28 ประการ แสดงถึงสังขารโลก  และยังมีเครื่องหมายพระเจ้าจักพรรดิ์รวมอยู่ในนั้นด้วย

วัดเจ๊าทัตยี แห่งนี้ มีพระสงฆ์จำวัดกว่า 600 รูป เพื่อศึกษาพระไตรปิฎก    บริเวณด้านหน้าวัด มีร้านขายของที่ระลึกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ  มีการปล่อยนก มีร้านขายไม้แกะสลัก ซึ่งไม้ที่นี่จะราคาถูกมากๆ ราคาสามารถต่อรองได้

พระนอนตาหวาน

 

จากนั้น นำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง  (Shwedagon Pagoda)  1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า   คำว่า “ชเว”  หมายถึง   ทอง     “ชเวดากอง”  หมายถึง  เจดีย์ทองแห่ง เมืองดากอง หรือ ตะเกิง  (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง)  แห่งลุ่มน้ำอิระวดี  มหาเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า อายุกว่า  2,000  ปี    เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น   สร้างโดย พระเจ้าโอกะลาปะ   ซึ่งถือเป็น พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย หรือ ปีม้า  มีความสูงกว่า 100 เมตร   และมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม   บริเวณยอดสุดของพระเจดีย์บริเวณลูกแก้วหรือหยาดน้ำข้างประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่า กว่า 5,448 เม็ด   รวมถึงทับทิม  2,317 เม็ด  และเพชรเม็ดใหญ่ 76 กะรัต  ขนาดเท่าไข่ไก่อยู่บนยอดองค์พระมหาเจดีย์  เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์

ชเวดากอง

 

 

** ท่านจะได้รับแสงแห่งชีวิต ซึ่งเกิดจากแสงอาทิตย์ส่องผ่านอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตร และส่องกระทบลงมายังรอบๆ องค์พระมหาเจดีย์  โดยแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง , สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น  ซึ่งยอดฉัตรนั้น เป็นยอดที่ประดับด้วยเพชรพลอย และทับทิม ที่ทำหน้าที่คอยรับแสงอาทิตย์ของวันใหม่ เปรียบเสมือนการส่องแสงให้สว่างไสวราวกับเริ่มต้นชีวิตใหม่

เพชรยอดฉัตร

 

สถานที่สำคัญของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือ  ลานอธิษฐาน   เป็นสถานที่ พระเจ้าบุเรงนอง หรือ  พระเจ้าชนะสิบทิศ  ของชาวพม่า  มาขอพรก่อนออกรบ   ซึ่งท่านสามารถนำดอกไม้รูปเทียน ไปไหว้ ณ ลานอธิษฐาน เพื่อขอพรจากองค์พระมหาเจดีย์ เป็นการเสริมสร้างบารมีและสิริมงคล   นอกจากนี้รอบองค์มหาเจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิด  ประดิษฐานทั้ง 8 ทิศ รวม 8 องค์     ท่านสามารถสรงน้ำพระประจำวันเกิดเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต


***
นำท่านสักการะขอพร  เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี  ( องค์ที่ 1)  ที่คอยพิทักษ์คุ้มครองมหาเจดีย์ชเวดากอง ประดับไว้อยู่ที่ตู้กระจก ซึ่งชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นเทพทันใจ เมื่อท่านขอพร หรืออธิษฐานขอสิ่งใด ๆ  ท่านย่อมได้สิ่งนั้นสมปรารถนาทันใจดังสิ่งที่หวังไว้

 

***บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศของมหาเจดีย์ จะมีวิหารโถงสร้างด้วยเครื่องไม้  หลังคาทรงปราสาทปิดทองล่องชาดประดับกระจกทั้งหลัง   ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา  เพราะชาวมอญและชาวพม่าถือการกราบไหว้บูชามหาเจดีย์ชเวดากองนั้นเป็นนิตย์  จะนำมาซึ่งบุญกุศล อันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล  บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนา นับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษิณ (เวียนขวา) รอบองค์พระมหาเจดีย์

เทพทันใจ ชเวดากอง

 

เมื่อสมควรแก่เวลา   นำท่านรับประทานอาหารค่ำ    ร้าน  ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์  ย่างกุ้ง เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์วาไรตี้ที่เสิร์ฟสองความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นยอดนิยม ทั้งชาบู-ชาบู…สุกี้หม้อไฟ และซูชิ…ข้าวปั้นสารพัดหน้า ให้บริการด้วยหลากหลายความอร่อยจากการคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพสูง หมูสไลด์ ไก่ กุ้ง หมึก และอีกมากมาย ทยอยเสิร์ฟบนสายพานที่หมุนวนทั่วพื้นที่ร้าน พร้อมให้อิ่มหนำสำราญตามแบบฉบับต้นตำรับไปกับน้ำซุปต่างสไตล์ ทั้งน้ำซุปน้ำใส (ชาบูซุป) น้ำซุปน้ำข้น (มิรูกุซุป) และน้ำซุปต้มยำ ตลอดจนข้าวปั้นสารพัดหน้า นอกจากนี้ ยังให้บริการเครื่องดื่มเย็น ๆ อาทิ โออิชิ กรีนที ชาเขียวแท้ต้นตำรับญี่ปุ่น น้ำอัดลม ไอศกรีม และ ผลไม้สด ๆ ตามฤดูกาล ไม่อั้น 

ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์ ย่างกุ้ง

 

นำท่านเข้าที่พัก ที่โรงแรม Grand United Hotel หรือ เทียบเท่า ระดับ 3 ดาว

 

 

วันที่ 2   :     ย่างกุ้ง – หงสาวดี  –  พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์  – พระราชวังบุเรงนอง  –  พระธาตุอินทร์แขวน            ( เช้า / กลางวัน / เย็น )

 

เช้า           รับประทานอาหารเช้า  ณ  ห้องอาหารโรงแรม

เดินทางออกจากเมืองย่างกุ้ง   มุ่งหน้าสู่  เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค  ( ใช้เวลาเดินทางจากย่างกุ้งประมาณ 2 ชั่วโมง ระยะทาง  80 กิโลเมตร)   เมืองหงสาวดี ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของชาวมอญมาก่อน ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่า ต่อมาพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ยึดครองได้ และสถาปนาเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ตองอู   กรุงหงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง (พระเจ้าชนะสิบทิศ)   พระองค์ทรงสร้างพระราชวังของพระองค์ที่ชื่อ กัมโพชธานี  เพื่อเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง  นับเป็นพระราชวังยิ่งใหญ่ที่สุด   จนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงที่เสด็จหนีพระนเรศวรไปเมืองตองอู และเผาทำลายหงสาวดี  หลังจากนั้นไม่นาน เมืองอังวะก็กลายมาเป็นเมืองหลวงของประเทศพม่าโดยสมบูรณ์    เดิมทีหงสาวดีถือเป็นศูนย์กลางทางด้านต่าง ๆ อันสำคัญของชาวมอญ ปัจจุบัน หงสาวดีเป็นเมืองที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศพม่าด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยว มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และศิลปะ วัฒนธรรม

เมืองพะโค

 

 

นำท่านสักการะ  พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์   ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี  ซึ่งมีความหมายว่า มหาเจดีย์พระเจ้าทองคำ’ หรือคนไทยรู้จักกันในนาม ‘พระธาตุมุเตา’   คำว่า ‘มุเตา’ เป็นภาษามอญ แปลว่า ‘จมูกร้อน’   เพราะเจดีย์มีขนาดสูงถึง 114 เมตร  สูงกว่าพระมหาเจดีย์ชเวดากองถึง 14 เมตร และเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดของพม่า   ทำให้ผู้ที่ไปสักการะต้องแหงนหน้าจนคอตั้งบ่า ถึงจะมองเห็นยอดเจดีย์   เป็นเหตุให้แสงแดดที่แรงกล้าแผดเผาจมูกจนแสบร้อน  ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า  มีอายุเก่าแก่กว่า  2 ,000 ปี   และเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า   และผสมผสานระหว่างศิลปะพม่า และศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน

พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์

พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์  เคยพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยแผ่นดินไหวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.ค. พ.ศ. 2473 จึงทำให้ยอดของเจดีย์ชเวมอดอร์องค์นี้หักพังลงมา  แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมากก็คือ เมื่อยอดพระธาตุหักลงมาแต่องค์พระธาตุนั้นไม่หักลงถึงพื้น   ด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองหงสาวดีมีต่อเจดีย์ชเวมอดอร์องค์นี้   พวกเขาจึงได้ทำการสร้างมหาเจดีย์ชเวมอดอร์   ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง  ส่วนยอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน

ประชาชนทั้งชาวมอญ ชาวพม่าและชาวไทย   มีความเชื่อว่า   ยอดเจดีย์หัก  เป็น   จุดอธิฐานอันศักดิ์สิทธิ์    หากใครได้ไปกราบไหว้องค์พระธาตุแล้วได้เอาไม้ไปค้ำไว้กับยอดพระธาตุที่หักลงมาแล้วเอาหน้าผากไปแตะกับยอดองค์พระธาตุที่หักลงมา จะทำให้ชีวิตของคนคนนั้นไม่ว่าจะถึงช่วงชีวิตที่ตกต่ำยังไงเราก็ยังไม่ตกต่ำถึงที่สุด  ก็เปรียบเหมือนยอดพระธาตุที่ต่อให้ตกยังไงก็ตกไม่ถึงพื้นและทำให้ชีวิตของคนนั้นมีความมั่นคงถาวร   ท่านสามารถนำธูปไปค้ำกับ ยอดของเจดีย์องค์หักลงมา  เพื่อเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุน ชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป

พระธาตุมุเตา

สถานที่แห่งนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ของไทยเคยมาสักการะ  และยังเป็นสถานที่ ที่ พระเจ้าหงสาลิ้นดำ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณ เพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์อีกด้วย

นำท่านเข้าชม พระราชวังบุเรงนอง  หรือ   กัมโพชธานี  พระเจ้าบุเรงนองรับสั่งให้สร้างพระราชวังให้ยิ่งใหญ่  ในปี พ.ศ. 2109   เพื่อเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง  โดยกำแพงเมืองชั้นนอกมีประตูถึง 20 ประตู พื้นที่ภายในกำแพงเมืองกว้างใหญ่มาก  แม้แต่พระธาตุมุเตา  ยังจัดเป็นส่วนหนึ่งในกำแพงเมืองพระราชวังบุเรงนองแห่งนี้      สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย      นับเป็นสถานที่ที่ซึ่งมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของไทย     แต่ได้ถูกทำลายด้วยฝีมือของพวกยะไข่กับตองอูในสมัยพระเจ้านันทบุเรง ในปี พ.ศ. 2142   จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า โบราณสถานแห่งนี้ เป็นที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนอง  ท่านผู้ที่ได้รับคำสรรเสริญว่า เป็นผู้ชนะสิบทิศ และเป็นที่ประทับของพระนางสุพรรณกัลยา และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึกเมื่อต้องเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า

จนถึงเวลานี้วันเวลาผ่านไปกว่า 400 ปี  ทางรัฐบาลพม่าจึง จำลองพระราชวังและตำหนักต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ โดยอ้างอิงจากพงศาวดาร  และขุดเอาซากเสาขึ้นมาเก็บ และสร้างพระราชวังเลียนแบบของเดิมทับลงไป ตัวอาคารสร้างใหม่มี 2 ส่วน ส่วนแรก เรียกว่า   “กามโบสะตาหริ”   หรือ   “กัมโพชธานี”   เป็นส่วนที่เอาไว้ว่าราชการ และส่วนที่ 2 คือ   “บัลลังก์ผึ้ง”   เป็นส่วนที่บรรทม

พระราชวังบุเรงนอง

 

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษ !!!    เมนู กุ้งเผา หงสาฯ

 

กุ้งเผาพม่า

 

เดินทางจากเมืองหงสาวดี   สู่ เมืองไจ้โท แห่งรัฐมอญ ( ระยะเวลาการเดินทาง 1 ชั่วโมง 40 นาที) ระหว่างทางท่านจะข้ามผ่านชม  แม่น้ำสะโตง  สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีต ขณะที่สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทัพทหารพม่าซึ่งมีพระมหาอุราชาเป็นกองหลวง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนต้นคาบชุดยาวเก้าคืบยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง   กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสียจึงถอยทัพกลับกรุงหงสาวดี

นำท่านเดินทางสู่  พระธาตุอินทร์แขวน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)  ก็จะถึงคิ้มปูนแค้มป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่น เป็น รถบรรทุกหกล้อขนาดเล็ก  เป็นรถประจำเส้นทางชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนได้   เพื่อเดินทางสู่ยอดเขา  เมื่อถึงที่หมายแล้วให้ท่านอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ( องค์ที่ 2 ) เทพศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองดูแลพระธาตุอินทร์แขวนแห่งนี้   วิธีการสัการะนัตโบโบยี  เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปรารถนาทันใจ    ก็ก็ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย   จากนั้นก็ให้เอาเงินที่เป็นดอลล่า เงินบาท หรือจ๊าด   แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้ว ดึงกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นสิริมงคล  แค่นี้ท่านก็จะสมพรตามความปรารถนาที่ตั้งใจไว้

เทพทันใจ อินทร์แขวน

จากนั้นนำท่านขอพรรูปปั้น พระนางชเวนันจิน  นางเป็นส่วนหนึ่งในตำนานของพระธาตุอินทร์แขวน มีความเชื่อกันว่าหากเจ็บป่วยตรงส่วนไหนของร่างกาย เวลาไหว้พระนาง ให้จับ-บีบ-นวดรูปปั้นพระนางตรงส่วนที่เจ็บป่วยแล้วตั้งจิตอธิษฐาน และมาจับร่างกายของเราตรงที่เจ็บป่วยก็จะหาย      ตามตำนานของชาวพม่าเล่าไว้ว่านางเกิดจากนางนาคและมนุษย์ เมื่อนางกำเนิดออกมาเป็นไข่ฤาษีได้เก็บไปฟักและเกิดเป็นเด็กผู้หญิง ต่อมาฤาษีได้นำไปให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเลี้ยง เมื่อเด็กหญิงเติบโตเป็นสาวสวยเธอได้แต่งงานกับโอรสเจ้าเมืองสะเทิม ต่อมานางชเวนันจินไม่สบายมาก โหรหลวงได้บอกว่าที่นางไม่สบายเป็นเพราะนางทำผิดที่ก่อนแต่งงานนางไม่ได้ไปไหว้ผีบรรพบุรุษ  คือฤาษีผู้มีพระคุณที่เคยเลี้ยงดู นางจึงเดินทางมาไหว้ฤาษีและพระธาตุอินทร์แขวน แต่ระหว่างทางนางถูกเสือไล่ทำร้าย นางจึงอธิษฐานว่าถ้าหนีไม่ทันและต้องตายไปขอให้เป็นวิญญาณได้วนเวียนอยู่แถวนี้คอยช่วยเหลือผู้ที่จะเดินทางมากราบไหว้พระธาตุอินทร์แขวน ในที่สุดนางหนีจนหมดแรงล้มลงนอนขาดใจตายตรงทางขึ้นวัด   ใครไปเที่ยวพระธาตุอินแขวนก็จะเห็นรูปปั้นจำลองของนางชเวนันจิน  อยู่เชิงบันได้ทางขึ้น ผู้คนที่ไปกราบไหว้ก็จะมีความเชื่อว่าหากเจ็บไข้ได้ป่วยตามร่างกายส่วนใดก็ให้เอามือไปลูบอวัยวะส่วนที่ตนเจ็บที่รูปปั้นแล้วอธิษฐาน จะทำให้อาการเจ็บบรรเทาหรือหายไปได้

พระนางชเวนันจิน

 

จากนั้นนำท่านสักการะ เจดีย์ไจ้ทีโย หรือ พระธาตุอินทร์แขวน  (Kyaikhtiyo Pagoda ) หรือ หรือ ก้อนหินทอง  ซึ่งถือเป็นพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า  เป็นเจดีย์ขนาดเล็กสูง 5.5 เมตร   ตั้งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่ปิดทอง น่าอัศจรรย์ใจตรงฐานที่ตั้ง อยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ ท้าทายแรงดึงดูดของโลก ทำท่าเหมือนจะหล่น แต่แท้จริงแล้วไม่ไหวเอนสักนิด ช่างเหลือเชื่อ  ซึ่งชาวพม่ายืนกรานว่าไม่มีทางตก  เพราะพระเกศาธาตุศักด์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในองค์พระเจดีย์ ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป

พระธาตุอินทร์แขวน

พุทธตำนานเล่าว่า  ฤๅษีติสสะ  เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า ที่ทรงมอบให้ไว้เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้งมาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ แต่ฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม  เมื่อเวลาล่วงเลย ถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขาร  จึงตั้งใจไว้ว่าจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้าย “ศรีษะของเขา”   เรื่องนี้จึงร้อนถึง ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์)  จึงช่วยแสวงหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้มหาสมุทร  และนำมาวางไว้บนภูเขาหิน     จึงเป็นที่มาของคำว่า ไจ้ทีโย ในภาษามอญแปลว่า หินรูปหัวฤาษี ส่วนที่คนไทยเรียกว่า พระธาตุอินทร์แขวน เพราะเชื่อว่า พระอินทร์เป็นคนนำก้อนหินนี้มาวางไว้ให้

ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา พระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุประจำปีเกิดของปีจอ   แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์    โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมสัการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ 3 ครั้ง  ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน   สำหรับท่านที่ต้องการนมัสการกลางแจ้งเป็นเวลานานที่บริเวณระเบียง ที่ยื่นสู่ พระเจดีย์ไจ้ทีโย

** ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก  (พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืน แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา 22.00น. ส่วนสุภาพสตรี สามรถอธิฐานได้ โดยฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้ ท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปได้ เพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน)

พระธาตุอินทร์แขวน.

**หมายเหตุ**  (ให้แยกกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กที่หิ้ว ขนย้ายง่าย ใส่เสื้อผ้า, ชุดนอน อย่างละ 1 ชุด และของใช้ส่วนตัว สำหรับใช้ 1 วัน สำหรับขึ้นพระธาตุอินแขวน ซึ่งเราจะต้องนั่งรถบรรทุกขึ้นไปพักที่โรงแรมบนพระธาตุ 1 คืน โดยผู้เดินทางต้องนำกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กนี้วางบนตักหรือวางหลังรถบรรทุกไปด้วย ส่วนกระเป๋าใบใหญ่จะฝากไว้ที่โรงแรมที่จะพักในย่างกุ้ง  หากกระเป๋าเดินทางท่านเป็นใบเล็ก ๆ อยู่แล้ว หิ้วสะดวกก็ใช้กระเป๋าเพียงใบเดียวก็ได้ ถ้าท่านต้องการเอากระเป๋าใบใหญ่ขึ้นไป ต้องเสียค่าจ้างแบก ซึ่งลูกค้าจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง)

เดินทางเข้าสู่ที่พัก  และ   รับประทานอาหารค่ำ  ที่ โรงแรม  Yoe Yoe Lay    (เดินจากพระธาตุอินทร์แขวน 2 – 3 นาที )   จากนั้นท่านสามารถขึ้นไปนมัสการหรือนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ได้ตลอดทั้งคืน

อินทร์แขวน

 

 

วันที่ 3  :     วัดไจ๊คะวาย –  พระนอนชเวตาเลียว –เจดีย์สุเล่ – ตลาดสก๊อต  – เจดีย์โบตาทาวน์  -เทพทันใจ – เทพกระซิบ            ( เช้า / กลางวัน / เย็น )

 

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม   Yoe Yoe Lay

นำทุกท่านลงจากพระธาตุอินทร์แขวน   เพื่อเดินทางกลับเข้าสู่เมืองหงสาวดี

จากนั้น ให้ท่านร่วมทำบุญตักบาตร ณ วัดไจ๊คะวาย   วัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหงสาวดี เพราะเป็นโรงเรียนที่สอนพระพุทธศาสนาเปรียญธรรมชั้นตรี โท และเอก อันโด่งดังของพม่า จึงมีคนส่งลูกหลานมาบวชเรียนธรรมะที่นี่กันเป็นจำนวนมากกว่า  1,000 รูป  โดยพระที่มาศึกษาจะต้องอยู่ประจำที่นี่ไม่ต่างกับเป็นโรงเรียนกิน-นอนในสมัยก่อน จึงเป็นวัดเดียวที่ได้พบพระสงฆ์จำนวนมาก และมีคนนิยมทำบุญใส่บาตรพระหมู่  เลี้ยงอาหารเพลกันเป็นประจำ เมื่อใกล้ถึงเวลาฉันเพล พระภิกษุ สามเณร จะเดินอุ้มบาตรไม่ไผ่สานลงรักสีดำสนิท  เดินเรียงแถวเป็นระเบียบ เพื่อให้ญาติโยม เจ้าหน้าที่วัด หรือพระภิกษุ และสามเณรด้วยกันตักบาตร เป็นภาพที่น่าเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง   และวัดนี้ยังเป็นสถานที่ศึกษาพระไตรปิฎกของพระภิกษุและสามเณรอีกด้วย

(หมายเหตุ: ท่าน  สามารถนำสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้ หากท่านใดไม่สะดวก สามารถถวายเป็นปัจจัยได้เช่นกัน)

วัดไจ๊คะวาย

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน

 

จากนั้นนำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเตาเลียว  หรือ พระนอนยิ้มหวาน  เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี  รองจากพระมหาธาตุมุเตา (ชเวมอดอว์)   มีความยาว 55 เมตร สูง 11เมตร    สร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะ พ.ศ.1537  ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน   คนไทยจะรู้จักพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวในนาม “พระนอนยิ้มหวาน”  เนื่องจากพระพักตร์ของท่านได้รับการวาดตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม ด้วยรอยยิ้มหวาน

ตำนานเล่าขานกันว่าเป็นพระรูปสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน    ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดเล่าขานตำนานว่า มีพระราชาองค์หนึ่งไม่ศรัทธาพุทธศาสนา ทรงลุ่มหลงบูชายักษ์ตนหนึ่งขนาดปั้นรูปไว้กราบไหว้ วันหนึ่งขณะที่พระราชาเสด็จประพาสป่าพร้อมพระโอรส และพระโอรสไปพบสาวบ้านกำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารก็เกิดความหลงรัก ถึงกับพากลับเข้าวัง แต่สาวเจ้าอันเชิญพระพุทธรูปไปบูชาในวังด้วย ทำให้พระราชากริ้วมาก ถึงขั้นสั่งให้ทหารจับพระโอรสและคนรักมัดรวมกันเพื่อจะประหาร แต่ชาวบ้านได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าถ้าพระพุทธเจ้ามีจริงก็ขอให้นางแคล้วคลาด ปรากฏว่าเชือกขาดโดยพลัน ขณะที่รูปปั้นยักษ์แตกกระจาย พระราชาถึงกับทรงหันกลับมานับถือพุทธศาสนา และขอไถ่บาปด้วยการสร้างพะพุทธไสยาสน์เป็นเครื่องเตือนสติ

ชเวตาเหลียว

เดิมพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวถูกทิ้งร้าง ไม่ได้รับการดูแล มาเป็นเวลานาน จนกลายเป็นกองอิฐจมอยู่ในโคกดิน และได้มีการค้นพบเมื่อครั้งที่อังกฤษเดินทางมาสำรวจเส้นทางรถไฟในพม่าเมื่อราว 100 ปีก่อน   และหลังจากที่พม่าได้รับเอกราช จึงได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจัง ได้ทาสีปิดทองลงชาดใหม่ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

 

นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองย่างกุ้ง  (ใช้เวลาโดยประมาณ 2 ชั่วโมง)

 

นำท่านสักการะ พระเจดีย์สุเล่  (Sule Pagoda)   เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมตั้งแต่องค์ระฆังขึ้นไปจนถึงชั้นบาตรคว่ำ  สีทองอร่าม (Sule Pagoda)  ณ ใจกลางเมืองย่างกุ้ง หรือที่เรียกกันว่า สุเลพญา (Sule Paya)  เปรียบเสมือนกับหัวใจของเมือง  และเป็นศูนย์กลางศาสนสถานมานานหลายร้อยปี   ถนนสายหลักทุกสายพุ่งเข้าหาเจดีย์แห่งนี้ นั่นเพราะว่าในสมัยที่อังกฤษครองพม่า ได้วางผังเมืองแบบ Victorian grid-plan โดยยึดเจดีย์สุเล่ เป็นศูนย์กลาง    โดยองค์เจดีย์นั้นมีความสูงประมาณ 46 เมตร   คาดกันว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี  ไม่ทราบปีที่สร้างเเน่ชัด และเก่าแก่กว่ามหาเจดีย์ชเวดากอง   สร้างขึ้นเพื่อเพื่ออุทิศให้กับซูเลนัต  ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผีนัต จำนวน 37 ตน ที่เกี่ยวข้องกับตำนานของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง  มีความเชื่อว่าภายในองค์เจดีย์บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าเอาไว้    ฐานเจดีย์โดยรอบ มีพระประจำวันเกิดให้สักการะบูชาตามธรรมเนียม เราจะได้เห็นชาวพม่าเข้ามากราบไหว้เป็นประจำ

เจดีย์สุเล

ลักษณะฐานในผังแปดเหลี่ยมที่ประกอบด้วยบัวถลาสามชั้นและมาลัยเถาสามชั้น ถือเป็นลักษณะเฉพาะอีกแบบหนึ่งของเจดีย์มอญซึ่งเน้นความลาดเอียงขอฐานเป็นหลัก ส่วนด้านบนของเจดีย์องค์นี้ อยู่ในแผนผังแปดเหลี่ยมตั้งแต่องค์ระฆังจนถึงปลียอด ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะที่งดงามของเจดีย์องค์นี้ อนึ่ง มาลัยเถาสามชั้นี้อาจทำหน้ที่ทดแทน “ฐานเขียงกลมสามชั้น” ที่มักรองรับองค์ระฆังในศิลปะมอญ ซึ่งทำให้เจดีย์มอญแตกต่างไปจากเจดีย์อบบพม่าอย่างชัดเจน

พระเจดีย์สุเล่ (Sule Pagoda)

 

นำท่านสักการะขอพร  เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี   ( องค์ที่ 3 ) ซึ่งชาวมอญและพม่านิยมมากราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่า อธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ    นัตโบโบยีที่คุ้มครองเจดีย์สุเล่นี้จะอยู่ในลักษณะท่าทางที่ชี้ไปสู่เจดีย์ชเวดากอง   ซึ่งตามตำนานเจดีย์ชเวดากอง กล่าวว่า เทพโบโบจี อันเป็นเทพารักษ์ประจำเมือง ได้ชี้ตำแหน่งของเนินเขาสิงคุตตระซึ่งเป็นพื้นที่สมควรสำหรับการประดิษฐานพระเกศธาตุ ให้กับเจ้าเมืองโอกกาลปะและสองพ่อค้า ตำแหน่งที่ปรากฏตัวของเทพโบโบจีนั้นได้แก่ตำแหน่งของเจดีย์สุเล่ในปัจจุบัน

เทพทันใจ พระเจดีย์สุเล่

 

ฝั่งตรงข้ามของเจดีย์สุเล่ มีสวนสาธารณะมหาบัณฑุละ ภายในสวนมีอนุสาวรีย์อิสรภาพ รูปเสาแหลมสูง 40 เมตร ล้อมรอบด้วยเสาหินสูง 9 เมตร 5 ต้น แทนรัฐที่ปกครองตนเองกึ่งอิสระ 5 รัฐ คือ ฉาน กะฉิ่น กะยิน (กะเหรี่ยง) กะยา และชิน บริเวณใกล้เคียงก็จะมีสถานที่ราชการที่สำคัญในอดีต ก่อนที่พม่าจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองอื่น

จากนั้นนำทุกท่านช้อปปิ้งที่   ตลาดอองซาน (Bogyoke AungSan) หรือ ตลาดสก๊อต(Scot Market)    เป็นตลาด เก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของ อังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่ง นี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่า ภาพวาดงานแกะสลักจากไม้อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา เป็นต้น (หากซื้อสิ้นค้าหรืออัญมณีที่มีราคาสูงควรขอใบเสร็จรับเงินด้วยทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ)

ตลาดสก๊อต(Scot Market)

หมายเหตุ: ตลาดสก๊อต (Scot Market) ปิดทุกวันจันทร์

 

ต่อไปนำท่านสักการะ  เจดีย์โบตาทาวน์ (Botahtaung Pagoda)  หมายถึง “ทหาร 1,000 นาย” โดยมีความเชื่อเล่ากันมาต่อๆ กันว่าเมื่อประมาณ  2,000 ปีที่แล้ว พระเจ้าโอกะลาปะกษัตริย์มอญ ได้ให้ทหาร 1,000 นาย ตั้งแถวถวายความเคารพพระเกศาธาตุ ,สารีริกธาตุ  ที่อันเชิญมาจากอินเดียเพื่อนำไปบรรจุไว้ที่ มหาเจดีย์ชเวดากอง  และทรงบรรจุเส้นพระเกศาธาตุไว้ 1 เส้น ในองค์เจดีย์แห่งนี้    ต่อมาได้มีการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์ผลจากความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบตาทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศลง   และในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ     ครั้นเมื่อเจดีย์โบตาทาวน์องค์ใหม่สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496  จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใสประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์  และสร้างโครงสร้างใหม่โดยให้ฐานเจดีย์มีช่องซิกแซกคล้ายเขาวงกต  ภายในสีทองอร่ามสวยงาม และนำวัตถุโบราณจัดแสดงและทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด

เจดีย์โบตาทาวน์ (Botahtaung Pagoda)

โบตาทาวน์

จากนั้นนำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ( องค์ที่ 4 )  เทพศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองดูแลเจดีย์โบตาทาวน์แห่งนี้   วิธีการสัการะนัตโบโบยี   เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปรารถนาทันใจ โดยให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย จากนั้นก็ให้เอาเงินที่เป็นดอลล่า เงินบาท หรือจ๊าด   แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้ว ดึงกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นสิริมงคล  จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะสมพรตามความปรารถนาที่ตั้งใจไว้

เทพทันใจ โบตาทาวน์

จากนั้นนำท่านข้ามฝั่งถนน สักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า “ อะมาดอวเมี๊ยะ ” ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธ ศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต  ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบต้องเข้าไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้

เทพกระซิบ

 

ค่ำ  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ !! สลัดกุ้งมังกร+เป็ดปักกิ่ง

เป็ดปักกิ่ง

สลัดกุ้งมังกร

 

นำท่านเข้าที่พัก ที่โรงแรม Grand United Hotel หรือ เทียบเท่า ระดับ 3 ดาว

 

 

วันที่ 4  :    ย่างกุ้ง  –  เชียงใหม่               ( เช้า / – / – )

 

เช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

 

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินย่างกุ้ง เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

11.50 น.  ออกเดินทางสู่ สนามบินเชียงใหม่ โดยเที่ยวบินที่ K7 842 สายการบิน AIR KBZ (K7)

13.40 น.  ถึง สนามบินเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ และความประทับใจในบริการ

 

** หมายเหตุ : โปรแกรมทัวร์นี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงลำดับสถานที่ท่องเที่ยว ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ **

 

 

ตำนานนัต ของชาวพม่า

นัต คือใคร ?

นัตของพม่า หมายถึงเทพต่างๆ ของคนไทยที่คอยอำนวยพร ให้โชค รักษาคุ้มครองกับผู้ที่มาขอพร แต่ตำนานของนัตพม่าจะมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน          ก่อนที่พม่าจะได้ชื่อว่า เป็นชนชาติที่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทอย่างเคร่งครัดที่สุดในโลกนั้น  ลัทธินับถือภูตผีที่ชาวพม่า เรียกว่า “นัต”  มีอิทธิพลสูงมาก ตราบจนวันนี้ แม้ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ชาวพม่าก็ยังคงกราบไหว้ นัตควบคู่กันไปด้วย จนกล่าวได้ว่า ไม่มีใครแยกนัตออกจากวิถีชีวิตของชาวพม่าได้

นัต

 

นัตที่เกี่ยวพันกับพุทธศาสนา

•   โบโบยีนัต (เทพทันใจ)  ที่คอยพิทักษ์ปกป้องมหาเจดีย์ชเวดากอง ชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นเทพทันใจ
อธิษฐานอะไรมักสัมฤทธิ์ผล
•   สุเลนัต       นัตคุ้มครองเขาสิงกุตตระที่ตั้งมหาเจดีย์ชเวดากอง
•   โลกานัต    นัตผู้สร้างสันติสุข ฯลฯ

โลกานัต   คือ  เป็นนัตที่ชาวพม่านิยมนำรูปปั้นมาประดับบ้านเรือนตามสถานที่สำคัญ ด้วยเชื่อว่าจะนำมาซึ่งสันติสุขให้ครอบครัวและประเทศชาติ รูปปั้นโลกานัตคล้ายรูปปั้นเทวดาประทับนั่ง แล้วใช้เท้าตีฉิ่ง มักมีรูปปั้นสิงห์และช้างมีปีก สัตว์ในเทพนิยายประดับอยู่ข้างๆ
ตามตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งพญาราชสีห์และพญาคชสารต่อสู้แย่งชิงความเป็นใหญ่อย่างดุเดือด ครั้นได้สดับเสียงดนตรีจากโลกานัต เจ้าป่าทั้งสองก็ตกอยู่ในภวังค์ เลิกต่อสู้กัน หันมาเป็นมิตรกัน ช่วยกันดูแลรักษาป่าให้สงบสุขร่มเย็น สถานะของนัตจึงมีลักษณะคล้ายดั่งพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

นอกจากนั้นชาวบ้านยังเชื่อว่า พระเจ้าตะเบงชเวตี้ กษัตริย์ราชวงศ์ตองอู ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์ ก็เป็นหนึ่งในนัต 36 ตนด้วย ซึ่งน่าจะเป็นความเชื่อที่เกิดขึ้นภายหลังเพราะพระราชวงศ์ตองอูเกิดขึ้นหลัง พุกามกว่า 100 ปี
ปัจจุบันชาวพม่ายังนับถือนัตเคียงคู่ไปกับศาสนาพุทธอย่างแนบแน่น ประเพณีเช่นสรวงบูชาผีนัตยังปรากฎให้เห็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมพม่าก็ยังต้องขึ้นต้นด้วยการรำถวายผีนัต กล่าวได้ว่าคติความเชื่อเรื่องนัตของชาวพม่าใกล้เคียงกับชาวฮินดูบนเกาะบาหลี ที่กราบไหว้บูชาเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และเซ่นสรวงบูชาภูตผีไปพร้อมๆกัน เป็นการสร้างโลกดุลยภาพระหว่างผีกับเทวดา

 

เทพทันใจ หรือ  นัตโบโบยี

 นัตโบโบยี  แปลว่า  ปู่เจ้า หรือปู่หลวง หรือเจ้าปู่ จัดเป็นเทพระดับมเหศักดิ์ และทำหน้าที่เชื่อมพุทธันดรก่อนๆ เข้ากับพุทธันดรปัจจุบัน   โบโบยี ที่มาช่วยชี้จุดสำหรับสร้างเจดีย์ชเวดากอง มีทั้งหมด 5 องค์ องค์ที่อาวุโสที่สุดท่านอยู่มาแต่ครั้งพระเจ้ากกุสันโธ ทำหน้าที่รักษาไม้เท้าเอาไว้ เจดีย์ชเวดากองแห่งนี้จึงเป็นสถานที่เก็บรักษาของ ๆ พระพุทธเจ้า 4 พระองค์ที่ผ่านมา รวมทั้งของๆพระศรีอาริย์ในกาลข้างหน้าด้วย

เทพทันใจ โบตาทาวน์

 

ความรู้เรื่องนัตโบโบยีและมหาเจดีย์ชะเวดากอง

นัตโบโบยี หรือภาษาไทย ปู่เจ้าหลวง ของเมืองเมียนมาร์มี 5 องค์ เป็น 5 องค์ที่มีความสัมพันธ์กับการสร้างพระเจดีย์ชะเวดากอง โดยปฐมเหตุเริ่มแรกนั้นคือพ่อค้าชาวมอญสองคนได้รับพระเกศาธาตุ 8 เส้นจากสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อกลับมาแล้วก็นำมาถวายกษัตริย์ เมื่อนั้นจึงเกิดการดำริสร้างพระมหาเจดีย์ ทั้งนี้พ่อค้าทั้งสองกล่าวว่าตามตำนานของบ้านเมืองนั้น ต้องไปสร้างพระมหาเจดีย์ ที่เขาสิงฆุตตระ แต่ว่าเขานี้อยู่ที่ใดยังไม่มีใครทราบ เมื่อตระเวนหาเขาตามตำนาน เทพเจ้าผู้อยู่ที่แต่ต้นภัทรกัปป์ก็ปรากฏกายขึ้นแล้วชี้นิ้วไปยังทิศของเขาสิงฆุตตระ  คณะที่จะสร้างก็เดินทางไปตามที่เทพยดาชี้นิ้วบอก เมื่อเดินไประยะหนึ่งก็ยังไม่อาจทราบได้ว่าจุดไหนและตนถึงรึยัง ก็มีเทพเจ้าองค์ที่ 2 ปรากฏร่างขึ้นแล้วชี้ให้รู้ทางต่อไป

คณะผู้หาตำแหน่งที่จะสร้างพระมหาเจดีย์พบเทพเจ้าคอยบอกทางเช่นว่านี้ 5 พระองค์ องค์สุดท้ายชี้นิ้วลงดินเป็นการบอกว่า ท่านถึงแล้วซึ่งมงคลสถานตามตำนานเขาสิงฆุตตระ และเมื่อจะทำการสร้างพระมหาเจดีย์เทพเจ้าทั้ง 5 หรือโบโบยีทั้ง 5 พระองค์ก็มาประชุมกันบนยอดเขาสิงฆุตตระ เพื่อนำของวิเศษทั้ง 3 มาบรรจุร่วมกับพระเกศาธาตุของพระมหาสมณะโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยของวิเศษอีก 3 สิ่งคือ ไม้เท้าของพระกกุสันโธ กระบอกน้ำของพระพุทธโกนาคมโน ผ้าสบงของพระพุทธกัสสปะ และในอนาคต สมเด็จพระศรีอริยเมตไตรย จะนำสร้อยพระศกและพระมหามงกุฎมาบรรจุร่วมไว้ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วย

 

เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ไม่ได้มีเพียงองค์เดียว

หลายคนมักคิดว่า ถ้าจะไหว้เทพทันใจ ต้องไหว้ที่ เจดีย์โบตาทาวน์ เท่านั้น จริงๆ แล้ว เทพทันใจของทางพม่ามีถึง 5 องค์ด้วยกัน

องค์ที่ 1  อยู่ที่ พระธาตุอินแขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า บนยอดเขา Paung Laung

องค์ที่ 2  อยู่ที่ เจดีย์สุเล่ ใจกลางกรุงย่างกุ้ง

องค์ที่ 3  อยู่ที่ เจดีย์กลางน้ำเยเลพญา เมืองสิเรียม ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหงสาและแม่น้ำย่างกุ้ง

องค์ที่ 4  อยู่ที่ เจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง

องค์ที่ 5  อยู่ที่ เจดีย์โบตาทาวน์ วัดนี้อยู่ริมแม่น้ำย่างกุ้ง

 

 การบูชาเทพทันใจ

นิยมใช้มะพร้าว กล้วยนากสีแดง เป็นเครื่องบูชา เพราะเชื่อว่าเป็นผลไม้มงคล และเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามของชีวิต บางครั้งก็จะประกอบด้วยช่อใบไม้ที่เรียกว่า ใบชัยชนะ และฉัตร ตุงหรือธงกระดาษขนาดเล็ก ซึ่งก็เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลเช่นกัน ส่วนการอธิษฐานขอพรต่อเทพทันใจ มี เคล็ดลับ ว่าต้องขอเพียงข้อเดียวเท่านั้น เพื่อพลังกล้าแข็งในการถวายเครื่องเซ่น  ห้ามเปลี่ยนใจ

 

 คาถาบูชา เทพทันใจ  (นะโม ๓ จบ )

เอหิ   สักกะ   มหานัทโป๊ะ  โป๊ะ  จี   โปตะถ่อง  สิทธิมัตถุ   อิทังพะลัง   เอตัสสะมิงรัตตะนัง พุทธัง   ธัมมัง   สังฆัง   เทวานัง   ประสิทธิลา  โภ   ชยโยนิจจัง   วันทามิสัพพะทา   สวาโหม

 

 ……………………………………………. 

 

อัตราค่าบริการรวม

  • ตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป – กลับพร้อมกรุ๊ป อยู่ต่อต้องเสียค่าเปลี่ยนแปลงตั๋ว
  • ที่พักโรงแรมตามรายการ 3 คืน (กรณีมาไม่ครบคู่และไม่ต้องการเพิ่มเงินพักห้องเดี่ยว)
  • อาหารตามรายการระบุ (สงวนสิทธิในการสลับมื้อหรือเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารตามสถานการณ์)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการระบุ
  • ค่ารถโค้ชรับ-ส่งสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการระบุ
  • ค่าไกด์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์นำเที่ยวตามรายการ
  • ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1,000,000 บาท (เป็นไปเงื่อนไขตามกรมธรรม์) ******
  • ภาษีน้ำมันและภาษีตั๋วทุกชนิด (สงวนสิทธิเก็บเพิ่มหากสายการบินปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง)
  • ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20 กก.ต่อ 1 ใบ

 อัตราค่าบริการไม่รวม

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม  7%
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษ,โทรศัพท์-โทรสาร,อินเตอร์เน็ต,มินิบาร์,ซักรีดที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ

 ** ขณะนี้รัฐบาลไทยและเมียนมาร์ได้ลงนามความตกลง ยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ และจะมีสิทธิพำนักในดินแดนของอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2558 ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องกลับมายื่นวีซ่าปกติอีก ทางทัวร์จะต้องเรียกเก็บค่าวีซ่าเพิ่มอีกท่านละ 1,000 บาท **

 

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง

1.กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้า ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระมัดจำ 5,000 บาท     ส่วนที่เหลือชำระทันทีก่อนการเดินทางไม่น้อย  กว่า 45 วัน มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ 

 

2.กรณียกเลิก  

2.1 ยกเลิกการเดินทางก่อนการเดินทาง 45 วัน บริษัทฯ จะคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด ยกเว้นในกรณีวันหยุดเทศกาล, วันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

2.2 ยกเลิกการเดินทาง 15-45 วัน ก่อนการเดินทาง หักค่าทัวร์ 50% และริบเงินมัดจำทั้งหมด

2.3 ยกเลิกภายใน 14 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

 

3. กรณีเจ็บป่วย   จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการ เดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง

 ในกรณีเจ็บป่วยกะทันหันก่อนล่วงหน้าเพียง 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี

 

4.บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนดไว้ เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทฯ และผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

5.คณะผู้เดินทางจำนวน 15 ท่านขึ้นไปจึงออกเดินทางมีหัวหน้าทัวร์ไทยร่วมเดินทางไปด้วย

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

– บริษัทฯมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมทัวร์ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

เที่ยวบิน , ราคาและรายการท่องเที่ยว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับตั้งแต่วันเดินทาง และบริษัทฯรับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น (หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน บริษัทฯไม่รับผิดชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางได้ )

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดความล่าช้าของสายการบิน,การประท้วง,การนัดหยุดงาน,การก่อจลาจล หรือกรณีท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือ เจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งจากไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯหรือเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม)

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ,ไม่ทานอาหารบางมื้อ,เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางบริษัทฯได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาจ่ายขาด ก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้วเป็นการชำระเหมาขาด

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรมและหรือเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเองหรือในกรณีที่กระเป๋าเกิดสูญหายหรือชำรุดจากสายการบิน

– กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯและในต่างประเทศปฎิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศที่ระบุไว้ในรายการเดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

– ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วราคาพิเศษ กรณีที่ท่านไม่เดินทางพร้อมคณะไม่สามารถนำมาเลื่อนวันหรือคืนเงินและไม่สามารถเปลี่ยนชื่อได้

– เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนผ่านตัวแทนของบริษัทฯหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯจะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆที่ได้ระบุไว้ข้างต้นนี้แล้วทั้งหมด

– กรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น Charter Flight , Extra Flight  จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมด

 

** ก่อนตัดสินใจจองทัวร์ควรอ่านเงื่อนไขการเดินทางอย่างถ่องแท้แล้วจึงมัดจำเพื่อประโยชน์ของท่านเอง **

 

 
410/2  Chiang Mai Land Village, Chang Khlan Road
T. Chang Khlan, A. Mueang, Chiang Mai 50100, Thailand.

Tel : 053 204 899     คุณพิม  

Tel : 053 204 898     คุณเจ 

Tel :  053 281 145      คุณแกม , คุณตาม

สอบถามข้อมูลทั่วไป

Tel : 093 136 4646   

Tel : 092 731 4433

Line ID : @bdj2015 

Email : crw.tourtravel@gmail.com