Price: 16,900
Book Now!

ทัวร์พม่า บินตรงเชียงใหม่ 

3 วัน 2 คืน
ทัวร์พม่า บินตรงเชียงใหม่ 
  ย่างกุ้ง  – หงสาวดี –  พระธาตุอินทร์แขวน

สักการะ  3  มหาบูชาสถาน ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ทุกคนต้องไป

ขอพร  4 ใน   5  องค์เทพทันใจ   เฮงทันใจที่สุด ณ เวลานี้

เสริมโชค   เสริมบารมี    สุขภาพ

  • ขอพรให้ธุรกิจการงาน ค้าขายเจริญรุ่งเรือง กับพระสุริยันจันทรา

มหาเจดีย์ชเวดากอง    พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอร์    พระธาตุอินทร์แขวน

เจดีย์สุเล     เจดีโบตาทาวน์      พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี    เทพกระซิบ

พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว       ตักบาตรพระสงฆ์  1,000 รูป วัดไจ๊คะวาย 

บริการเลานจ์ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ และบริการอาหารบนเครื่องทั้งไปและกลับ

อิ่มไม่อั้น เมนูพิเศษ!!  ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์  ,  กุ้งแม่น้ำเผา 

 

                                                                                     สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 

 

เพิ่มเพื่อน

 

อัตราค่าบริการ

ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง หงสา อินทร์แขว

เดินทางตลอดปี ส่วนวันเวลาอื่นให้ติดต่อสอบถามได้ค่ะ

 

วันที่ 1   :     เชียงใหม่  –  ย่างกุ้ง – พระนอนชเวตาเลียว –  พระธาตุอินทร์แขวน     
( – / กลางวัน / เย็น )

10.00 น.             คณะพร้อมกัน ณ สนามบินนานาชาติเชียงใหม่  ซึ่งมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ  คอยอำนวยความสะดวกเรื่องเช็คอิน , สัมภาระ และเอกสารการเดินทาง   จากนั้นนำท่านพักผ่อนที่ ห้องรับรองผู้โดยสาร บางกอก แอร์เวย์  มีอาหารว่าง และเครื่องดื่ม ไว้บริการอย่างสะดวกสบาย ระหว่างรอขึ้นเครื่อง

เลานจ์ บางกอก แอร์เวย์

12.00 น.        เหินฟ้าสู่ เมืองย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ PG 723  สายการบิน Bangkok Airways  (PG)

                                                 ** บริการอาหารร้อนบนเครื่อง  **

 

บางกอก แอร์เวย์บางกอกแอร์เวย์ อาหาร

12.55 น.        ถึง สนามบินมิงกลาดง เมืองย่างกุ้ง   ( เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง )  ผ่านพิธีการทางศุลกากร และด่านตรวจคนเข้าเมือง  พร้อมตรวจเช็คสัมภาระ  ก่อนออกเดินทางจากสนามบินไป เมืองพะโคหรือเมืองหงสาวดี   (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)

15.00 น.       นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว  เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี รองจากพระมหาธาตุมุเตา และเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีความยาว 55 เมตร สูง 11 เมตร สร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะ พ.ศ.1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน คนไทยรู้จักพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวในนาม  “พระนอนยิ้มหวาน” เนื่องจากพระพักตร์ของท่านได้รับการวาดตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม ด้วยรอยยิ้มหวาน

ตำนานเล่าขานว่าเป็นพระรูปสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดเล่าขานตำนานว่า มีพระราชาองค์หนึ่งไม่ศรัทธาพุทธศาสนา ทรงลุ่มหลงบูชายักษ์ตนหนึ่งขนาดปั้นรูปไว้กราบไหว้บูชา   วันหนึ่งขณะที่พระราชาเสด็จประพาสป่าพร้อมพระโอรส  และพระโอรสไปพบสาวชาวบ้านกำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารก็เกิดความหลงรัก จึงพากลับเข้าวัง แต่สาวเจ้านับถือพระพุทธศาสนา และได้อันเชิญพระพุทธรูปไปบูชาในวังด้วย ทำให้พระราชาทรงกริ้วมาก ถึงขั้นสั่งให้ทหารจับนางมัดไว้เพื่อจะประหาร แต่นางได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่าถ้าพระพุทธศาสนาและพระพุทธเจ้าศักดิ์สิทธิ์จริงก็ขอให้นางแคล้วคลาดปลอดภัย  ปรากฏว่าเชือกที่มัดนางอยู่ก็ขาดโดยพลัน ขณะที่รูปปั้นยักษ์แตกกระจาย  พระราชาถึงกับทรงหันกลับมานับถือพุทธศาสนา และขอไถ่บาปด้วยการสร้างพระพุทธไสยาสน์เป็นเครื่องเตือนสติ

พระนอนยิ้มหวานชเวตาเลียว

เดิมพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวถูกทิ้งร้าง ไม่ได้รับการดูแลมาเป็นเวลานาน จนกลายเป็นกองอิฐจมอยู่ในโคกดิน จนถึงปี พ.ศ.2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงขุดพบพระนอนองค์นี้ จากนั้นปี พ.ศ.2491 หลังจากพม่าได้รับเอกราช ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจัง และได้ทาสีและปิดทองลงชาดใหม่ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

บริเวณด้านหน้าวัดพระนอนชเวตาเลียวแห่งนี้ มีร้านขายของที่ระลึกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ  อาทิ  ผ้าพื้นเมือง  พระพุทธรูป  ไม้แกะสลัก ซึ่งไม้ที่นี่จะราคาถูกมากๆ ราคาสามารถต่อรองได้

ตลาดหน้าพระนอนยิ้มหวานตลาดหน้าชเวตาเลียวตลาดวัดพระนอนชเวตาเลียว

 

          จากนั้นนำท่านเดินทางจากเมืองหงสาวดี   สู่  เมืองไจ้โท แห่งรัฐมอญ  ( ระยะเวลาการเดินทาง 1 ชั่วโมง 40 นาที)   ระหว่างทางท่านจะข้ามผ่านชม แม่น้ำสะโตง  สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทัพทหารพม่าซึ่งมีพระมหาอุราชาเป็นกองหลวง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนต้นคาบชุดยาวเก้าคืบยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง  กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสียจึงถอยทัพกลับกรุงหงสาวดี

นำท่านเดินทางสู่  พระธาตุอินทร์แขวน หรือ พระธาตุไจทีโย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)  ก็จะถึงคิ้มปูนแค้มป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่น เป็นรถบรรทุกหกล้อขนาดเล็ก  ประจำเส้นทาง  ซึ่งเป็นรถชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นยอดเขาพระธาตุอินทร์แขวน

รถบรรทุกขึ้นพระธาตุไจ้ทีโยรถขึ้นพระธาตุไจ้ทีโยรถขึ้นอินทร์แขวนรถท้องถิ่นขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน

 

เมื่อถึงบริเวณพระธาตุอินทร์แขวนแล้ว  นำท่านขอพรรูปปั้น พระนางชเวนันจิน  นางเป็นส่วนหนึ่งในตำนานของพระธาตุอินทร์แขวน มีความเชื่อกันว่าหากเจ็บป่วยตรงส่วนไหนของร่างกาย เวลาไหว้พระนาง ให้จับ-บีบ-นวดรูปปั้นพระนางตรงส่วนที่เจ็บป่วยแล้วตั้งจิตอธิษฐาน และมาจับร่างกายของเราตรงที่เจ็บป่วยก็จะหาย

ชเวนันจิน-เจ้าแม่สุขภาพชเวนันจิน-เจ้าเม่สุขภาพ

ตามตำนานของชาวพม่าเล่าไว้ว่านางเกิดจากนางนาคและมนุษย์ เมื่อนางกำเนิดออกมาเป็นไข่ฤาษีได้เก็บไปฟักและเกิดเป็นเด็กผู้หญิง ต่อมาฤาษีได้นำไปให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเลี้ยง เมื่อเด็กหญิงเติบโตเป็นสาวสวยเธอได้แต่งงานกับโอรสเจ้าเมืองสะเทิม ต่อมานางชเวนันจินไม่สบายมาก โหรหลวงได้บอกว่าที่นางไม่สบายเป็นเพราะนางทำผิดที่ก่อนแต่งงานนางไม่ได้ไปไหว้ผีบรรพบุรุษ  คือฤาษีผู้มีพระคุณที่เคยเลี้ยงดู นางจึงเดินทางมาไหว้ฤาษีและพระธาตุอินทร์แขวน แต่ระหว่างทางนางถูกเสือไล่ทำร้าย นางจึงอธิษฐานว่าถ้าหนีไม่ทันและต้องตายไปขอให้เป็นวิญญาณได้วนเวียนอยู่แถวนี้คอยช่วยเหลือผู้ที่จะเดินทางมากราบไหว้พระธาตุอินทร์แขวน ในที่สุดนางหนีจนหมดแรงล้มลงนอนขาดใจตายตรงทางขึ้นวัด   ใครไปเที่ยวพระธาตุอินแขวนก็จะเห็นรูปปั้นจำลองของนางชเวนันจิน  อยู่เชิงบันได้ทางขึ้น ผู้คนที่ไปกราบไหว้ก็จะมีความเชื่อว่าหากเจ็บไข้ได้ป่วยตามร่างกายส่วนใดก็ให้เอามือไปลูบอวัยวะส่วนที่ตนเจ็บที่รูปปั้นแล้วอธิษฐาน จะทำให้อาการเจ็บบรรเทาหรือหายไปได้

จากนั้นนำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ( องค์ที่ 1)  เทพศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองดูแลพระธาตุอินทร์แขวนแห่งนี้   วิธีการสัการะนัตโบโบยี  เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปรารถนาทันใจ    ก็ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย   จากนั้นก็ให้เอาเงินที่เป็นดอลล่า เงินบาท หรือจ๊าด   แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้ว ดึงกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นสิริมงคล  แค่นี้ท่านก็จะสมพรตามความปรารถนาที่ตั้งใจไว้

นัตโบโบยี พระธาตุอินทร์แขวนเทพทันใจพระธาตุอินทร์แขวน

นำท่านสักการะ เจดีย์ไจ้ทีโย หรือ พระธาตุอินทร์แขวน  (Kyaikhtiyo Pagoda ) หรือ หรือ ก้อนหินทอง  ซึ่งถือเป็นพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า  เป็นเจดีย์ขนาดเล็กสูง 5.5 เมตร   ตั้งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่ปิดทอง น่าอัศจรรย์ใจตรงฐานที่ตั้ง อยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ ท้าทายแรงดึงดูดของโลก ทำท่าเหมือนจะหล่น แต่แท้จริงแล้วไม่ไหวเอนสักนิด ช่างเหลือเชื่อ  ซึ่งชาวพม่ายืนกรานว่าไม่มีทางตก  เพราะพระเกศาธาตุศักด์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในองค์พระเจดีย์ ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป

พุทธตำนานเล่าว่า  ฤๅษีติสสะ  เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า ที่ทรงมอบให้ไว้เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้งมาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ แต่ฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม เมื่อเวลาล่วงเลย ถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขาร  จึงตั้งใจไว้ว่าจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้าย “ศรีษะของเขา”  เรื่องนี้จึงร้อนถึง ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์)  จึงช่วยแสวงหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้มหาสมุทร  และนำมาวางไว้บนภูเขาหิน     จึงเป็นที่มาของคำว่า ไจ้ทีโย ในภาษามอญแปลว่า หินรูปหัวฤาษี ส่วนที่คนไทยเรียกว่า พระธาตุอินทร์แขวน เพราะเชื่อว่า พระอินทร์เป็นคนนำก้อนหินนี้มาวางไว้ให้

พระธาตุอินทร์แขวน

ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา พระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุประจำปีเกิดของปีจอ   แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์    โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ 3 ครั้ง  ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน   สำหรับท่านที่ต้องการนมัสการกลางแจ้งเป็นเวลานานที่บริเวณระเบียง ที่ยื่นสู่ พระเจดีย์ไจ้ทีโย

** ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก  (พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืน แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา 22.00น. ส่วนสุภาพสตรี สามรถอธิฐานได้ โดยฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้ ท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปได้ เพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน)

**หมายเหตุ**  (ให้แยกกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กที่หิ้ว ขนย้ายง่าย ใส่เสื้อผ้า, ชุดนอน อย่างละ 1 ชุด และของใช้ส่วนตัว สำหรับใช้ 1 วัน สำหรับขึ้นพระธาตุอินแขวน ซึ่งเราจะต้องนั่งรถบรรทุกขึ้นไปพักที่โรงแรมบนพระธาตุ 1 คืน โดยผู้เดินทางต้องนำกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กนี้วางบนตักหรือวางหลังรถบรรทุกไปด้วย ส่วนกระเป๋าใบใหญ่จะฝากไว้ที่โรงแรมที่จะพักในย่างกุ้ง  หากกระเป๋าเดินทางท่านเป็นใบเล็ก ๆ อยู่แล้ว หิ้วสะดวกก็ใช้กระเป๋าเพียงใบเดียวก็ได้ ถ้าท่านต้องการเอากระเป๋าใบใหญ่ขึ้นไป ต้องเสียค่าจ้างแบก ซึ่งลูกค้าจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง)

ไจ้ทีโยทัวร์พระธาตุอินทร์แขวนเจดีย์ไจ้ทีโย

 

         จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก และ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม  Kyaik Hto Hotel        ต่อจากนั้นท่านสามารถขึ้นไปนมัสการหรือนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ได้ตลอดทั้งคืนตามอัธยาศัย

 

วันที่ 2   วัดไจ๊คะวาย – พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์ – เจดีย์สุเล – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
(เช้า / กลางวัน / เย็น)

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม Kyaik Hto Hotel  

ตักบาตรยามเช้าตามอัธยาศัย  พระภิกษุและสามเณรจะเดินบิณฑบาตไปทั่วบริเวณพระธาตุอินทร์แขวน หน้าโรงแรม และระหว่างทางเดินไปขึ้นรถ  ท่านสามารถถวายเป็นปัจจัยหรือซื้ออาหารสำหรับใส่บาตรได้จากชาวบ้านละแวกนั้น

ตักบาตร พระธาตุอินทร์แขวนพระสงฆ์ พระธาตุอินทร์แขวนตักบาตร ไจ้ทีโย

นำทุกท่านลงจากพระธาตุอินทร์แขวน เพื่อเดินทางกลับเข้าสู่เมืองหงสาวดี

11.00 น. ให้ท่านร่วมทำบุญตักบาตร ณ วัดไจ๊คะวาย วัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหงสาวดี เพราะเป็นโรงเรียนที่สอนพระพุทธศาสนาเปรียญธรรมชั้นตรี โท และเอก อันโด่งดังของพม่า จึงมีคนส่งลูกหลานมาบวชเรียนธรรมะที่นี่กันเป็นจำนวนมากกว่า  1,000 รูป  โดยพระที่มาศึกษาจะต้องอยู่ประจำที่นี่ไม่ต่างกับเป็นโรงเรียนกิน-นอนในสมัยก่อน จึงเป็นวัดเดียวที่ได้พบพระสงฆ์จำนวนมาก และมีคนนิยมทำบุญใส่บาตรพระหมู่  เลี้ยงอาหารเพลกันเป็นประจำ เมื่อใกล้ถึงเวลาฉันเพล พระภิกษุ สามเณร จะเดินอุ้มบาตรไม่ไผ่สานลงรักสีดำสนิท  เดินเรียงแถวเป็นระเบียบ เพื่อให้ญาติโยม เจ้าหน้าที่วัด หรือพระภิกษุ และสามเณรด้วยกันตักบาตร เป็นภาพที่น่าเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง   และวัดนี้ยังเป็นสถานที่ศึกษาพระไตรปิฎกของพระภิกษุและสามเณรอีกด้วย    (หมายเหตุ: ท่าน  สามารถนำสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้ หากท่านใดไม่สะดวก สามารถถวายเป็นปัจจัยได้เช่นกัน)

ไจ๊คะวายพระ 1,000 รูป ไจ๊คะวายตักบาตร วัดไจ๊คะวายพระวัดไจ๊คะวาย

 

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน   Royal Taste Restaurant  พิเศษ เมนูกุ้งแม่น้ำเผา !!!!

Royal Taste Restaurantกุ้งแม่น้ำเผา-ย่างกุ้งกระทะร้อน

 

        13.00 น.นำท่านสักการะ  พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์   เป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า  ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี  ซึ่งมีความหมายว่า มหาเจดีย์พระเจ้าทองคำ’ หรือคนไทยรู้จักกันในนาม พระธาตุมุเตา’   คำว่า มุเตา’ เป็นภาษามอญ แปลว่า จมูกร้อน’   เพราะเจดีย์มีขนาดสูงถึง 114 เมตร  สูงกว่าพระมหาเจดีย์ชเวดากองถึง 14 เมตร และเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดของพม่า   ทำให้ผู้ที่ไปสักการะต้องแหงนหน้าจนคอตั้งบ่า ถึงจะมองเห็นยอดเจดีย์   เป็นเหตุให้แสงแดดที่แรงกล้าแผดเผาจมูกจนแสบร้อน  ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า  มีอายุเก่าแก่กว่า  2 ,000 ปี   และ   และผสมผสานระหว่างศิลปะพม่า และศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน

เจดีย์ชเวมอดอร์

         พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์  เคยพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยแผ่นดินไหวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.ค. พ.ศ. 2473 จึงทำให้ยอดของเจดีย์ชเวมอดอร์องค์นี้หักพังลงมา  แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมากก็คือ เมื่อยอดพระธาตุหักลงมาแต่องค์พระธาตุนั้นไม่หักลงถึงพื้น   ด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองหงสาวดีมีต่อเจดีย์ชเวมอดอร์องค์นี้   พวกเขาจึงได้ทำการสร้างมหาเจดีย์ชเวมอดอร์   ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง  ส่วนยอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน

พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์พระธาตุมุเตา- ชเวมอดอร์

ประชาชนทั้งชาวมอญ ชาวพม่าและชาวไทย   มีความเชื่อว่า   ยอดเจดีย์หัก  เป็น   จุดอธิฐานอันศักดิ์สิทธิ์    หากใครได้ไปกราบไหว้องค์พระธาตุแล้วได้เอาไม้ไปค้ำไว้กับยอดพระธาตุที่หักลงมาแล้วเอาหน้าผากไปแตะกับยอดองค์พระธาตุที่หักลงมา จะทำให้ชีวิตของคนคนนั้นไม่ว่าจะถึงช่วงชีวิตที่ตกต่ำยังไงเราก็ยังไม่ตกต่ำถึงที่สุด  ก็เปรียบเหมือนยอดพระธาตุที่ต่อให้ตกยังไงก็ตกไม่ถึงพื้นและทำให้ชีวิตของคนนั้นมีความมั่นคงถาวร   ท่านสามารถนำธูปไปค้ำกับ ยอดของเจดีย์องค์หักลงมา  เพื่อเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุน ชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป

สถานที่แห่งนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทยเคยมาสักการะ  และยังเป็นสถานที่ ที่พระเจ้าหงสาลิ้นดำใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณ เพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์อีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองย่างกุ้ง

               16.00 น.  นำท่านสักการะ พระเจดีย์สุเล  (Sule Pagoda)   เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมตั้งแต่องค์ระฆังขึ้นไปจนถึงชั้นบาตรคว่ำสีทอง ณ ใจกลางเมืองย่างกุ้ง หรือที่เรียกกันว่า สุเลพญา (Sule Paya)   เปรียบเสมือนกับหัวใจของเมือง  และเป็นศูนย์กลางศาสนสถานมานานหลายร้อยปี   ถนนสายหลักทุกสายพุ่งเข้าหาเจดีย์แห่งนี้ นั่นเพราะว่าในสมัยที่อังกฤษครองพม่า ได้วางผังเมืองแบบ Victorian grid-plan โดยยึด เจดีย์สุเล่ เป็นศูนย์กลาง   โดยองค์เจดีย์นั้นมีความสูงประมาณ 46 เมตร   คาดกันว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี  ไม่ทราบปีที่สร้างเเน่ชัด และเก่าแก่กว่ามหาเจดีย์ชเวดากอง   สร้างขึ้นเพื่อเพื่ออุทิศให้กับซูเลนัต  ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผีนัต จำนวน 37 ตน ที่เกี่ยวข้องกับตำนานของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง เนื่องจากเป็นนัตที่ช่วยปกป้องคุ้มครองแผ่นดินพม่าไว้ ตามตำนานแล้ว “สุเล”เป็นยักต์ตนหนึ่งที่สักการะบูชาและเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และนำทางนายวานิชสองพี่น้องให้นำพระเกศาพระพุทธเจ้ามาบรรจุในเจดีย์ชเวดากอง ชาวพม่าจึงสร้างสุเลเจดีย์ขึ้นเป็นอนุสรณ์สถานแด่คุณความดีของยักษ์สุเล ซึ่งถือเป็นนัตตนหนึ่งในจิตวิญญาณของชนชาติพม่า

เจดีย์สุเลเจดีย์สุเลพญาทางเข้าเจดีย์สุเลพระเจดีย์สุเล

มีความเชื่อว่าภายในองค์เจดีย์บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าเอาไว้    ฐานเจดีย์โดยรอบ มีพระประจำวันเกิดให้สักการะบูชาตามธรรมเนียม เราจะได้เห็นชาวพม่าเข้ามากราบไหว้เป็นประจำลักษณะฐานในผังแปดเหลี่ยมที่ประกอบด้วยบัวถลาสามชั้นและมาลัยเถาว์สามชั้น ถือเป็นลักษณะเฉพาะอีกแบบหนึ่งของเจดีย์มอญซึ่งเน้นความลาดเอียงขอฐานเป็นหลัก ส่วนด้านบนของเจดีย์องค์นี้ อยู่ในแผนผังแปดเหลี่ยมตั้งแต่องค์ระฆังจนถึงปลียอด ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะที่งดงามของเจดีย์องค์นี้ อนึ่ง มาลัยเถาสามชั้นนี้อาจทำหน้ที่ทดแทน “ฐานเขียงกลมสามชั้น” ที่มักรองรับองค์ระฆังในศิลปะมอญ ซึ่งทำให้เจดีย์มอญแตกต่างไปจากเจดีย์อบบพม่าอย่างชัดเจน

นำท่านสักการะขอพร  เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (องค์ที่ 2)  ซึ่งชาวมอญและพม่านิยมมากราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ    นัตโบโบยีที่คุ้มครองเจดีย์สุเล่นี้จะอยู่ในลักษณะท่าทางที่ชี้ไปสู่เจดีย์ชเวดากอง   ซึ่งตามตำนานเจดีย์ชเวดากอง กล่าวว่า เทพโบโบจี อันเป็นเทพารักษ์ประจำเมือง ได้ชี้ตำแหน่งของเนินเขาสิงคุตตระซึ่งเป็นพื้นที่สมควรสำหรับการประดิษฐานพระเกศธาตุ ให้กับเจ้าเมืองโอกกาลปะและสองพ่อค้า ตำแหน่งที่ปรากฏตัวของเทพโบโบจีนั้นได้แก่ตำแหน่งของเจดีย์สุเลในปัจจุบัน

เทพทันใจเจดีย์สุเล

                17.00 น. นำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง  (Shwedagon Pagoda)  1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า   คำว่า “ชเว”  หมายถึง   ทอง   “ชเวดากอง”  หมายถึง  เจดีย์ทองแห่ง เมืองดากอง หรือ ตะเกิง  (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง)  แห่งลุ่มน้ำอิระวดี  มหาเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า อายุกว่า  2,000  ปี    เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น   สร้างโดย พระเจ้าโอกะลาปะ   ซึ่งถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ปีมะเมีย หรือ ปีม้า  มีความสูงกว่า 100 เมตร   และมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม   บริเวณยอดสุดของพระเจดีย์บริเวณลูกแก้วหรือหยาดน้ำข้างประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่า กว่า 5,448 เม็ด   รวมถึงทับทิม  2,317 เม็ด  และเพชรเม็ดใหญ่ 76 กะรัต  ขนาดเท่าไข่ไก่อยู่บนยอดองค์พระมหาเจดีย์  เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์

ลานอธิฐาน มหาเจดีย์ชเวดากอง

** ท่านจะได้รับแสงแห่งชีวิต ซึ่งเกิดจากแสงอาทิตย์ส่องผ่านอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตร และส่องกระทบลงมายังรอบๆ องค์พระมหาเจดีย์  โดยแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง , สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น  ซึ่งยอดฉัตรนั้น เป็นยอดที่ประดับด้วยเพชรพลอย และทับทิม ที่ทำหน้าที่คอยรับแสงอาทิตย์ของวันใหม่ เปรียบเสมือนการส่องแสงให้สว่างไสวราวกับเริ่มต้นชีวิตใหม่

ลานอธิษฐาน เจดีย์ชเวดากองพระมหาเจดีย์ชเวดากอง

 

คำไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

วันทามิ อุตตมะ ชมพู วระฐาเน สิงกุตตะเร มะโนลัมเม สัตตัง สะรัตนะ

ปฐมัง กกุสันธัง สุวรรณะ ตันตัง ธาตุโย ธัสสะติ ทุติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะ การะนัง ธาตุโย

ธัสสะติ ตติยัง กัสสปัง พุทธจีวะรัง ธาตุโย ธัสสะติ จตุกัง โคตะมัง อัตถะเกศา ธาตุโย ธัสสะติ

อหัง วันทามิ ตุระโต อหัง วันทามิ ธาตุโย อหัง วันทามิ สัพพะทา อหัง วันทามิ สิระสา

 

สถานที่สำคัญของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือ  ลานอธิษฐาน   เป็นสถานที่ พระเจ้าบุเรงนอง หรือ  พระเจ้าชนะสิบทิศ  ของชาวพม่า  มาขอพรก่อนออกรบ   ซึ่งท่านสามารถนำดอกไม้รูปเทียน ไปไหว้ ณ ลานอธิษฐาน เพื่อขอพรจากองค์พระมหาเจดีย์ เป็นการเสริมสร้างบารมีและสิริมงคล   นอกจากนี้รอบองค์มหาเจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิด  ประดิษฐานทั้ง 8 ทิศ รวม 8 องค์     ท่านสามารถสรงน้ำพระประจำวันเกิดเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต

 

ลานอธิษฐาน - ชเวดากองสรงน้ำพระประจำวันเกิด - ชเวดากองสรงน้ำพระประจำวันเกิด ชเวดากอง

สัตว์ประจำวันเกิด - เจดีย์ชเวดากอง

 

 

 

*** นำท่านสักการะขอพร เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (องค์ที่ 3)  ที่คอยพิทักษ์คุ้มครองมหาเจดีย์ชเวดากอง ประดับไว้อยู่ที่ตู้กระจก ซึ่งชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นเทพทันใจ เมื่อท่านขอพร หรืออธิษฐานขอสิ่งใด ๆ  ท่านย่อมได้สิ่งนั้นสมปรารถนาทันใจดังสิ่งที่หวังไว้ ***

เทพทันใจ ชเวดากองเทพทันใจ-ชเวดากอง

บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศของมหาเจดีย์ จะมีวิหารโถงสร้างด้วยเครื่องไม้  หลังคาทรงปราสาทปิดทองล่องชาดประดับกระจกทั้งหลัง   ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา  เพราะชาวมอญและชาวพม่าถือการกราบไหว้บูชามหาเจดีย์ชเวดากองนั้นเป็นนิตย์  จะนำมาซึ่งบุญกุศล อันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล  บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนา นับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษิณ (เวียนขวา) รอบองค์มหาเจดีย์

นำท่านรับประทานอาหารค่ำ  อิ่มอร่อยจุใจ  ที่ร้าน  ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์  ย่างกุ้ง  เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์วาไรตี้ที่เสิร์ฟสองความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นยอดนิยม  ทั้งชาบู-ชาบู  สุกี้หม้อไฟ  และซูชิข้าวปั้นสารพัดหน้า ให้บริการด้วยหลากหลายความอร่อยจากการคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพสูง หมูสไลด์ ไก่ กุ้ง หมึก และอีกมากมาย ทยอยเสิร์ฟบนสายพานที่หมุนวนทั่วพื้นที่ร้าน พร้อมให้อิ่มหนำสำราญตามแบบฉบับต้นตำรับไปกับน้ำซุปต่างสไตล์ ทั้งน้ำซุปน้ำใส (ชาบูซุป)   น้ำซุปน้ำข้น (มิรูกุซุป) และน้ำซุปต้มยำ ตลอดจนข้าวปั้นสารพัดหน้า นอกจากนี้ ยังให้บริการเครื่องดื่มเย็น อาทิ  โออิชิ กรีนที ชาเขียวแท้ต้นตำรับญี่ปุ่น น้ำอัดลม ไอศครีม และ ผลไม้สด  ตามฤดูกาล ไม่อั้น

บุฟเฟ่ต์ ย่างกุ้งชาบูชิบุฟเฟ่ต์ ย่างกุ้งชาบูชิ-ย่างกุ้งชาบูชิ พม่า

 

นำท่านเข้าที่พัก ที่โรงแรม Grand United Hotel 

 

วันที่ 3 :  เจดีย์โบตาทาวน์ – เทพทันใจ – เทพกระซิบ – พระนอนตาหวาน – เชียงใหม่                                                 (เช้า / กลางวัน / – )

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม  Grand United Hotel 

อาหารGrand United Hotel อาหารเช้า Grand United Hotel     breakfast Grand United Hotel ไลน์บุฟเฟ่ต์ Grand United Hotel 

 

           นำท่านสักการะ  เจดีย์โบตาทาวน์ (Botahtaung Pagoda หมายถึง “ทหาร 1,000 นาย” โดยมีความเชื่อเล่ากันมาต่อๆ กันว่าเมื่อประมาณ  2,000 ปีที่แล้ว พระเจ้าโอกะลาปะกษัตริย์มอญ ได้ให้ทหาร 1,000 นาย ตั้งแถวถวายความเคารพพระเกศาธาตุ ,สารีริกธาตุ  ที่อันเชิญมาจากอินเดียเพื่อนำไปบรรจุไว้ที่ มหาเจดีย์ชเวดากอง  และทรงบรรจุเส้นพระเกศาธาตุไว้ 1 เส้น ในองค์เจดีย์แห่งนี้

เจดีย์โบตาทาวน์

ต่อมาได้มีการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์ผลจากความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบตาทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศลง   และในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ     ครั้นเมื่อเจดีย์โบตาทาวน์องค์ใหม่สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496  จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใสประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์  และสร้างโครงสร้างใหม่โดยให้ฐานเจดีย์มีช่องซิกแซกคล้ายเขาวงกต  ภายในสีทองอร่ามสวยงาม และนำวัตถุโบราณจัดแสดงและทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด

ทางเข้าโบตาทาวน์ทางเข้าเจดีย์โบตทาวน์โบตาทาวน์

นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณ เจดีย์โบดาทาวน์ คือ พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีความงดงาม เดิมตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ได้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต นอกจากพระพุทธรูปทองคำแล้ว ยังมี พระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเก็บรักษาไว้ในตู้กระจก อยู่ใกล้ๆกับวิหารพระทองคำ

พระทองคำ โบตาทาวน์วิหารพระทองคำ

 

นำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ (องค์ที่ 4 )  เทพศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองดูแลเจดีย์โบตาทาวน์แห่งนี้   วิธีการสัการะนัตโบโบยี   เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปรารถนาทันใจ โดยให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย จากนั้นก็ให้เอาเงินที่เป็นดอลล่า เงินบาท หรือจ๊าด   แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้ว ดึงกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นสิริมงคล  จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะสมพรตามความปรารถนาที่ตั้งใจไว้

เทพทันใจนัตโบโบยี

 

จากนั้นนำท่านข้ามฝั่งถนน สักการะเทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า “อะมาดอวเมี๊ยะ” ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธ ศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต  ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบต้องเข้าไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้

เทพกระซิบอมาดอเมี๊ยะ

 

จากนั้นนำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี หรือคนไทยเรียกว่า พระนอนตาหวาน ได้ชื่อว่างดงามที่สุดของประเทศพม่า มีความยาวกว่า 70 เมตร   พระพักตร์และขนตาที่งดงามยิ่ง นัยย์ตาเป็นแก้วสั่งผลิตเป็นพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น  แต้มสีแดงที่พระโอษฐ์  จีวรพลิ้วไหวราวกับของจริง  วางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ใต้พระบาทมีภาพวาดเป็นมิ่งมงคลสูงสุด   ประกอบด้วย ลายธรรมจักร มงคล 108 ประการ  แสดงถึงโลกทั้ง 3  ได้แก่  เครื่องหมาย 59 ประการ แสดงถึงอากาศโลก , เครื่องหมาย 21 ประการ แสดงถึงสัตว์โลก , เครื่องหมาย 28 ประการ แสดงถึงสังขารโลก  และยังมีเครื่องหมายพระเจ้าจักพรรดิ์รวมอยู่ในนั้นด้วย

พระนอนเจ๊าทัตจี พระนอนตาหวาน

วัดเจ๊าทัตยี แห่งนี้ มีพระสงฆ์จำวัดกว่า 600 รูป เพื่อศึกษาพระไตรปิฎก   บริเวณด้านหน้าวัด มีร้านขายของที่ระลึกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ  มีการปล่อยนก มีร้านขายไม้แกะสลัก ซึ่งไม้ที่นี่จะราคาถูกมากๆ ราคาสามารถต่อรองได้

วัดพระนอนตาหวานวัดพระนอนตาหวาน-เจ๊าทัตจี

 

10.30 น.  ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินมิงกลาดง เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

หลังจากนำท่านเช็คอิน และผ่านพิธีศุลกากรแล้ว  ท่านจะมีเวลาสำหรับช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน มิงกลาดง มีสินค้าหลากหลาย เครื่องประดับ พลอย อัญมณี เครื่องสำอางค์,เสื้อผ้า,กระเป๋า,รองเท้า, แบรนด์ชั้นนำ  และ สุรา บุหรี ขนม ของฝาก ของที่ระลึก สามารถนำขึ้นเครื่องได้

ดิวตี้ฟรี พม่าสินค้าปลอดภาษี มิงกลาดงดิวตี้ฟรีมิงกลาดง   สินค้าปลอดภาษี สนามบินมิงกลาดงเสื้อผ้าปลอดภาษี สนามบินมิงกลาดงสนามบินมิงกลาดง

 

13.30 น.  ออกเดินทางสู่ สนามบินเชียงใหม่ โดยเที่ยวบินที่ PG 724 สายการบิน Bangkok Airways (PG) **บริการอาหารร้อนบนเครื่อง**

15.35 น.  ถึง สนามบินเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ และความประทับใจในบริการ

สนามบินเชียงใหม่สนามบินมิงกลาดง-ย่างกุ้ง.สนามบินเชียงใหม่

 

** หมายเหตุ โปรแกรมทัวร์นี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงลำดับสถานที่ท่องเที่ยว ตามความเหมาะสม

โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ **

 

เพิ่มเพื่อน

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ตำนานนัต ของชาวพม่า

 นัต คือใคร ?

นัตของพม่า หมายถึง เทพต่างๆ ของคนไทยที่คอยอำนวยพร ให้โชค รักษาคุ้มครองกับผู้ที่มาขอพร แต่ตำนานของนัตพม่าจะมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน  ก่อนพม่าจะได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่นับถือศาสนาพุทธ นิกายเถรวาทอย่างเคร่งครัดที่สุดในโลกนั้น ลัทธินับถือภูตผีที่ชาวพม่า เรียกว่า “นัต”  มีอิทธิพลสูงมาก ตราบจนวันนี้ แม้ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ชาวพม่าก็ยังคงกราบไหว้ นัตควบคู่กันไปด้วย จนกล่าวได้ว่า ไม่มีใครแยกนัตออกจากวิถีชีวิตของชาวพม่าได้

นัต-พม่า

 

นัตที่เกี่ยวพันกับพุทธศาสนา

   โบโบยีนัต (เทพทันใจ)  ที่คอยพิทักษ์ปกป้องมหาเจดีย์ชเวดากอง ชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นเทพทันใจ
อธิษฐานอะไรมักสัมฤทธิ์ผล
  สุเลนัต     นัตคุ้มครองเขาสิงกุตตระที่ตั้งมหาเจดีย์ชเวดากอง
•   โลกานัต    นัตผู้สร้างสันติสุข ฯลฯ

โลกานัต  คือ  เป็นนัตที่ชาวพม่านิยมนำรูปปั้นมาประดับบ้านเรือนตามสถานที่สำคัญ ด้วยเชื่อว่าจะนำมาซึ่งสันติสุขให้ครอบครัวและประเทศชาติ รูปปั้นโลกานัตคล้ายรูปปั้นเทวดาประทับนั่ง แล้วใช้เท้าตีฉิ่ง มักมีรูปปั้นสิงห์และช้างมีปีก สัตว์ในเทพนิยายประดับอยู่ข้างๆ
ตามตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งพญาราชสีห์และพญาคชสารต่อสู้แย่งชิงความเป็นใหญ่อย่างดุเดือด ครั้นได้สดับเสียงดนตรีจากโลกานัต เจ้าป่าทั้งสองก็ตกอยู่ในภวังค์ เลิกต่อสู้กัน หันมาเป็นมิตรกัน ช่วยกันดูแลรักษาป่าให้สงบสุขร่มเย็น สถานะของนัตจึงมีลักษณะคล้ายดั่งพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

นอกจากนั้นชาวบ้านยังเชื่อว่า พระเจ้าตะเบงชเวตี้ กษัตริย์ราชวงศ์ตองอู ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์ ก็เป็นหนึ่งในนัต 36 ตนด้วย ซึ่งน่าจะเป็นความเชื่อที่เกิดขึ้นภายหลังเพราะพระราชวงศ์ตองอูเกิดขึ้นหลัง พุกามกว่า 100 ปี
ปัจจุบันชาวพม่ายังนับถือนัตเคียงคู่ไปกับศาสนาพุทธอย่างแนบแน่น ประเพณีเช่นสรวงบูชาผีนัตยังปรากฎให้เห็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมพม่าก็ยังต้องขึ้นต้นด้วยการรำถวายผีนัต กล่าวได้ว่าคติความเชื่อเรื่องนัตของชาวพม่าใกล้เคียงกับชาวฮินดูบนเกาะบาหลี ที่กราบไหว้บูชาเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และเซ่นสรวงบูชาภูตผีไปพร้อมๆกัน เป็นการสร้างโลกดุลยภาพระหว่างผีกับเทวดา

เทพทันใจ หรือ  นัตโบโบยี

                    นัตโบโบยี  แปลว่า  ปู่เจ้า หรือปู่หลวง หรือเจ้าปู่ จัดเป็นเทพระดับมเหศักดิ์ และทำหน้าที่เชื่อมพุทธันดรก่อนๆ เข้ากับพุทธันดรปัจจุบัน   โบโบยี ที่มาช่วยชี้จุดสำหรับสร้างเจดีย์ชเวดากอง มีทั้งหมด 5 องค์ องค์ที่อาวุโสที่สุดท่านอยู่มาแต่ครั้งพระเจ้ากกุสันโธ ทำหน้าที่รักษาไม้เท้าเอาไว้ เจดีย์ชเวดากองแห่งนี้จึงเป็นสถานที่เก็บรักษาของ ๆ พระพุทธเจ้า 4 พระองค์ที่ผ่านมา รวมทั้งของๆพระศรีอาริย์ในกาลข้างหน้าด้วย

เทพทันใจ-โบตาทาวน์.

ความรู้เรื่องนัตโบโบยีและมหาเจดีย์ชเวดากอง

นัตโบโบยี หรือภาษาไทย ปู่เจ้าหลวง ของเมืองเมียนมาร์มี 5 องค์ เป็น 5 องค์ที่มีความสัมพันธ์กับการสร้างพระเจดีย์ชเวดากอง โดยปฐมเหตุเริ่มแรกนั้นคือพ่อค้าชาวมอญสองคนได้รับพระเกศาธาตุ 8 เส้นจากสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อกลับมาแล้วก็นำมาถวายกษัตริย์ เมื่อนั้นจึงเกิดการดำริสร้างพระมหาเจดีย์ ทั้งนี้พ่อค้าทั้งสองกล่าวว่าตามตำนานของบ้านเมืองนั้น ต้องไปสร้างพระมหาเจดีย์ที่เขาสิงฆุตตระ แต่ว่าเขานี้อยู่ที่ใดยังไม่มีใครทราบ เมื่อตระเวนหาเขาตามตำนาน เทพเจ้าผู้อยู่ที่แต่ต้นภัทรกัปป์ก็ปรากฏกายขึ้นแล้วชี้นิ้วไปยังทิศของเขาสิงฆุตตระ  คณะที่จะสร้างก็เดินทางไปตามที่เทพยดาชี้นิ้วบอก เมื่อเดินไประยะหนึ่งก็ยังไม่อาจทราบได้ว่าจุดไหนและตนถึงรึยัง ก็มีเทพเจ้าองค์ที่ 2 ปรากฏร่างขึ้นแล้วชี้ให้รู้ทางต่อไป

คณะผู้หาตำแหน่งที่จะสร้างพระมหาเจดีย์พบเทพเจ้าคอยบอกทางเช่นว่านี้ 5 พระองค์ องค์สุดท้ายชี้นิ้วลงดินเป็นการบอกว่า ท่านถึงแล้วซึ่งมงคลสถานตามตำนานเขาสิงฆุตตระ และเมื่อจะทำการสร้างพระมหาเจดีย์เทพเจ้าทั้ง 5 หรือโบโบยีทั้ง 5 พระองค์ก็มาประชุมกันบนยอดเขาสิงฆุตตระ เพื่อนำของวิเศษทั้ง 3 มาบรรจุร่วมกับพระเกศาธาตุของพระมหาสมณะโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยของวิเศษอีก 3 สิ่งคือ ไม้เท้าของพระกกุสันโธ กระบอกน้ำของพระพุทธโกนาคมโน ผ้าสบงของพระพุทธกัสสปะ และในอนาคต สมเด็จพระอริยเมตไตรย จะนำสร้อยพระศกและพระมหามงกุฎมาบรรจุร่วมไว้ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วย

 

เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ไม่ได้มีเพียงองค์เดียว

หลายคนมักคิดว่า ถ้าจะไหว้เทพทันใจ ต้องไหว้ที่ เจดีย์โบตาทาวน์ เท่านั้น จริงๆ แล้ว เทพทันใจของทางพม่ามีถึง 5 องค์ด้วยกัน

องค์ที่ 1  อยู่ที่ พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า บนยอดเขา Paung Laung

องค์ที่ 2  อยู่ที่ เจดีย์สุเล ใจกลางกรุงย่างกุ้ง

องค์ที่ 3  อยู่ที่ เจดีย์กลางน้ำเยเลพญา เมืองสิเรียม ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหงสาและแม่น้ำย่างกุ้ง

องค์ที่ 4  อยู่ที่ เจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง

องค์ที่ 5  อยู่ที่ เจดีย์โบตาทาวน์ วัดนี้อยู่ริมแม่น้ำย่างกุ้ง

การบูชาเทพทันใจ

นิยมใช้มะพร้าว กล้วยนากสีแดง เป็นเครื่องบูชา เพราะเชื่อว่าเป็นผลไม้มงคล และเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามของชีวิต บางครั้งก็จะประกอบด้วยช่อใบไม้ที่เรียกว่า ใบชัยชนะ และฉัตร ตุงหรือธงกระดาษขนาดเล็ก ซึ่งก็เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลเช่นกัน ส่วนการอธิษฐานขอพรต่อเทพทันใจ มีเคล็ดลับ ว่าต้องขอเพียงข้อเดียวเท่านั้น เพื่อพลังกล้าแข็งในการถวายเครื่องเซ่น  ห้ามเปลี่ยนใจ

   เครื่องบูชาเทพทันใจเครื่องสักการะเทพทันใจ

 

คาถาบูชา เทพทันใจ  (นะโม ๓ จบ )

เอหิ   สักกะ   มหานัทโป๊ะ  โป๊ะ  จี   โปตะถ่อง  สิทธิมัตถุ   อิทังพะลัง   เอตัสสะมิงรัตตะนัง

พุทธัง   ธัมมัง   สังฆัง   เทวานัง   ประสิทธิลา  โภ   ชยโยนิจจัง   วันทามิสัพพะทา   สวาโหม

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

อัตราค่าบริการรวม

  • ตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป – กลับพร้อมกรุ๊ป อยู่ต่อต้องเสียค่าเปลี่ยนแปลงตั๋ว
  • ที่พักโรงแรมตามรายการ 2 คืน (กรณีมาไม่ครบคู่และไม่ต้องการเพิ่มเงินพักห้องเดี่ยว)
  • อาหารตามรายการระบุ (สงวนสิทธิในการสลับมื้อหรือเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารตามสถานการณ์)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการระบุ
  • ค่ารถโค้ชรับ-ส่งสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1,000,000 บาท (เป็นไปเงื่อนไขตามกรมธรรม์) ******
  • ภาษีน้ำมันและภาษีตั๋วทุกชนิด (สงวนสิทธิเก็บเพิ่มหากสายการบินปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง)
  • ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20 กก.ต่อ 1 ใบ

 

อัตราค่าบริการไม่รวม

  • ค่าไกด์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์นำเที่ยวตามรายการ
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษ,โทรศัพท์-โทรสาร,อินเตอร์เน็ต,มินิบาร์,ซักรีดที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ

 

  • ** ขณะนี้รัฐบาลไทยและเมียนมาร์ได้ลงนามความตกลง ยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ และจะมีสิทธิพำนักในดินแดนของอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2558 ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องกลับมายื่นวีซ่าปกติอีก ทางทัวร์จะต้องเรียกเก็บค่าวีซ่าเพิ่มอีกท่านละ 1,000 บาท **

 

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง

1กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้า  ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระมัดจำ 5,000 บาท   ส่วนที่เหลือชำระภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561

   มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ 

 


2.กรณียกเลิก  

2.1 ยกเลิกการเดินทางก่อนการเดินทาง 45 วัน บริษัทฯ จะคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด ** ยกเว้นในกรณีวันหยุดเทศกาล, วันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

2.2 ยกเลิกการเดินทาง 30-45 วัน ก่อนการเดินทาง หักค่าทัวร์ 50%และริบเงินมัดจำทั้งหมด

2.3 ยกเลิกภายใน 30 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

 

     3. กรณีเจ็บป่วย  จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการ เดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง

 ในกรณีเจ็บป่วยกะทันหันก่อนล่วงหน้าเพียง 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี

     4. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนดไว้ เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทฯ และผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

    5. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางกรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 15 คน

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

– บริษัทฯมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมทัวร์ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

– เที่ยวบิน , ราคาและรายการท่องเที่ยว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

– หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และบริษัทฯรับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น (หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน บริษัทฯไม่รับผิดชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางได้ )

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดความล่าช้าของสายการบิน,การประท้วง,การนัดหยุดงาน,การก่อจลาจล หรือกรณีท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือ เจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งจากไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯหรือเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม)

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ,ไม่ทานอาหารบางมื้อ,เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางบริษัทฯได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาจ่ายขาด ก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้วเป็นการชำระเหมาขาด

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรมและหรือเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเองหรือในกรณีที่กระเป๋าเกิดสูญหายหรือชำรุดจากสายการบิน

– กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่เชียงใหม่ และในต่างประเทศปฎิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศที่ระบุไว้ในรายการเดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

– ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วราคาพิเศษ กรณีที่ท่านไม่เดินทางพร้อมคณะไม่สามารถนำมาเลื่อนวันหรือคืนเงินและไม่สามารถเปลี่ยนชื่อได้

– เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนผ่านตัวแทนของบริษัทฯหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯจะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆที่ได้ระบุไว้ข้างต้นนี้แล้วทั้งหมด

– กรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น Charter Flight , Extra Flight  จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมด

 

** ก่อนตัดสินใจจองทัวร์ควรอ่านเงื่อนไขการเดินทางอย่างถ่องแท้แล้วจึงมัดจำเพื่อประโยชน์ของท่านเอง **