Book Now!

ทัวร์พม่า 2 คืน 3 วัน ย่างกุ้ง – หงสาวดี – สิเรียม

Yangon-Bago-Serium Tour Program (3Days/2Nights)

สัมผัสอารยธรรมเก่าแก่และประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของพม่า

สักการะ  2  มหาบูชาสถาน ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ทุกคนต้องไป

ขอพร  4 ใน   5  องค์เทพทันใจ   เฮงทันใจที่สุด ณ เวลานี้

เสริมโชค   เสริมบารมี    สุขภาพ

มหาบูชาสถาน มหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองพม่า

เจดีย์ชเวมอดอว์ “เจดีย์จมูกร้อน” พระมหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ แห่งกรุงหงสาวดี  

พระเจดีย์เยเลพญาบนเกาะกลางน้ำอายุนับพันปี

เจดีย์สุเล     เจดีโบตาทาวน์      พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี    เทพกระซิบ

ตักบาตรพระสงฆ์  1,000 รูป วัดไจ๊คะวาย      ช้อปของฝากจุใจที่ตลาดสก็อต

(พิเศษ สลัดกุ้งล๊อปเตอร์ เป็ดปักกิ่ง ( 8 ท่านขึ้นไป)

พม่า หรือเมียนมาร์ ถือเป็นเพชรเม็ดงามแห่งเอเชียที่นักท่องเที่ยวต่างชื่นชมความงามแบบธรรมชาติและชื่นชมศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงามถวิลหาและอยากจะเข้าไปสัมผัสนานมาแล้วที่เมืองย่างกุ้งติดอยู่ในมิติของกาลเวลา ที่บิดเบือน เลือนราง เมืองโบราณแห่งนี้เคยอบอวลไปด้วยไอร้อน ฝุ่นผงธุลีดิน และสรรพสำเนียง เสียงเซ็งแซ่ ไม่มีอาคารสูงระฟ้า มีแต่ตึกรามเก่า ๆ ที่ชาวอังกฤษสร้างไว้ บนท้องถนนก็มีแต่รถประจำทาง ที่แน่นขนัด แท็กซี่รุ่นคุณปู่และสามล้อ ที่เก่าจวนจะพังมิพังแหล่ แต่ในช่วงไม่กี่ปีสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 ย่างกุ้งได้พลิกเปลี่ยนโฉมหน้าไป ตึกรามอันเก่าแก่ทรุดโทรมถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างโรงแรม กับอาคาร สำนักงานที่สูงระฟ้าขึ้นมาแทนที่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของย่างกุ้ง ลดน้อยลงในสายตาของนักท่องเที่ยว พาหนะที่ทันสมัย ช่วยให้เดินทางได้สะดวกสบายขึ้นและแม้ถึงว่าจะมีตึกสูงขึ้นแซมอยู่ กับหมู่โบราณสถาน แต่วิถีชีวิตของผู้คนกลับเปลี่ยนแปลงไปน้อยกว่า ท่านจะได้ไปนมัสการมหาเจดีย์ชเวดากองอันศักสิทธิ์

1.สักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง  (Shwedagon Pagoda)  1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า  คำว่า “ชเว”  หมายถึง   ทอง     “ชเวดากอง”  หมายถึง  เจดีย์ทองแห่ง เมืองดากอง หรือ ตะเกิง  (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง)  แห่งลุ่มน้ำอิระวดี  มหาเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า อายุกว่า  2,000  ปี    เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น    สร้างโดย พระเจ้าโอกะลาปะ   ซึ่งถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิด   ปีมะเมีย หรือ ปีม้า  มีความสูงกว่า 100 เมตร   และมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม   บริเวณยอดสุดของพระเจดีย์บริเวณลูกแก้วหรือหยาดน้ำข้างประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่า กว่า 5,448 เม็ด   รวมถึงทับทิม  2,317 เม็ด  และเพชรเม็ดใหญ่ 76 กะรัต  ขนาดเท่าไข่ไก่อยู่บนยอดองค์พระมหาเจดีย์  เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์

มหาเจดีย์ชเวดากอง

** ท่านจะได้รับแสงแห่งชีวิต ซึ่งเกิดจากแสงอาทิตย์ส่องผ่านอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตร และส่องกระทบลงมายังรอบๆ องค์พระมหาเจดีย์  โดยแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง , สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น  ซึ่งยอดฉัตรนั้น เป็นยอดที่ประดับด้วยเพชรพลอย และทับทิม ที่ทำหน้าที่คอยรับแสงอาทิตย์ของวันใหม่ เปรียบเสมือนการส่องแสงให้สว่างไสวราวกับเริ่มต้นชีวิตใหม่

อัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตร เจดีย์ชเวดากอง

สถานที่สำคัญของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือ  ลานอธิษฐาน   เป็นสถานที่ พระเจ้าบุเรงนอง หรือ  พระเจ้าชนะสิบทิศ  ของชาวพม่า  มาขอพรก่อนออกรบ   ซึ่งท่านสามารถนำดอกไม้รูปเทียน ไปไหว้ ณ ลานอธิษฐาน เพื่อขอพรจากองค์พระมหาเจดีย์ เป็นการเสริมสร้างบารมีและสิริมงคล   นอกจากนี้รอบองค์มหาเจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิด  ประดิษฐานทั้ง 8 ทิศ รวม 8 องค์     ท่านสามารถสรงน้ำพระประจำวันเกิดเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต

สรงน้ำ ทำบุญประจำวันเกิดของแต่ละท่าน

สรงน้ำพระประจำวันเกิด

บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศของมหาเจดีย์ จะมีวิหารโถงสร้างด้วยเครื่องไม้  หลังคาทรงปราสาทปิดทองล่องชาดประดับกระจกทั้งหลัง   ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา  เพราะชาวมอญและชาวพม่าถือการกราบไหว้บูชามหาเจดีย์ชเวดากองนั้นเป็นนิตย์  จะนำมาซึ่งบุญกุศล อันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล  บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนา นับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษิณ (เวียนขวา) รอบองค์มหาเจดีย์

2. สักการะขอพร เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี  ที่คอยพิทักษ์คุ้มครองมหาเจดีย์ชเวดากอง ประดับไว้อยู่ที่ตู้กระจก ซึ่งชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นเทพทันใจ เมื่อท่านขอพร หรืออธิษฐานขอสิ่งใด ๆ  ท่านย่อมได้สิ่งนั้นสมปรารถนาทันใจดังสิ่งที่หวังไว้

เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี  เจดีย์ชเวดากอง

3. วัดไจ๊คะวาย วัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหงสาวดี เพราะเป็นโรงเรียนที่สอนพระพุทธศาสนาเปรียญธรรมชั้นตรี โท และเอก อันโด่งดังของพม่า จึงมีคนส่งลูกหลานมาบวชเรียนธรรมะที่นี่กันเป็นจำนวนมากกว่า 1,000 รูป โดยพระที่มาศึกษาจะต้องอยู่ประจำที่นี่ไม่ต่างกับเป็นโรงเรียนกิน-นอนในสมัยก่อน จึงเป็นวัดเดียวที่ได้พบพระสงฆ์จำนวนมาก และมีคนนิยมทำบุญใส่บาตรพระหมู่ เลี้ยงอาหารเพลกันเป็นประจำ เมื่อใกล้ถึงเวลาฉันเพล พระภิกษุ สามเณร จะเดินอุ้มบาตรไม่ไผ่สานลงรักสีดำสนิท เดินเรียงแถวเป็นระเบียบ เพื่อให้ญาติโยม เจ้าหน้าที่วัด หรือพระภิกษุ และสามเณรด้วยกันตักบาตร เป็นภาพที่น่าเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง และวัดนี้ยังเป็นสถานที่ศึกษาพระไตรปิฎกของพระภิกษุและสามเณรอีกด้วย (หมายเหตุ: ท่าน สามารถนำสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้ หากท่านใดไม่สะดวก สามารถถวายเป็นปัจจัยได้เช่นกัน)

พระ 1,000 รูป ไจ๊คะวาย    ตักบาตร วัดไจ๊คะวาย

4. สักการะ  พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์   เป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า  ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี  ซึ่งมีความหมายว่า มหาเจดีย์พระเจ้าทองคำ’ หรือคนไทยรู้จักกันในนาม พระธาตุมุเตา’   คำว่า มุเตา’ เป็นภาษามอญ แปลว่า จมูกร้อน’   เพราะเจดีย์มีขนาดสูงถึง 114 เมตร  สูงกว่าพระมหาเจดีย์ชเวดากองถึง 14 เมตร และเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดของพม่า   ทำให้ผู้ที่ไปสักการะต้องแหงนหน้าจนคอตั้งบ่า ถึงจะมองเห็นยอดเจดีย์   เป็นเหตุให้แสงแดดที่แรงกล้าแผดเผาจมูกจนแสบร้อน  ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า  มีอายุเก่าแก่กว่า  2 ,000 ปี   และ   และผสมผสานระหว่างศิลปะพม่า และศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน

ชเวมอดอร์

พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์  เคยพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยแผ่นดินไหวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.ค. พ.ศ. 2473 จึงทำให้ยอดของเจดีย์ชเวมอดอร์องค์นี้หักพังลงมา  แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมากก็คือ เมื่อยอดพระธาตุหักลงมาแต่องค์พระธาตุนั้นไม่หักลงถึงพื้น   ด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองหงสาวดีมีต่อเจดีย์ชเวมอดอร์องค์นี้   พวกเขาจึงได้ทำการสร้างมหาเจดีย์ชเวมอดอร์   ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง  ส่วนยอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน

ประชาชนทั้งชาวมอญ ชาวพม่าและชาวไทย   มีความเชื่อว่า   ยอดเจดีย์หัก  เป็น   จุดอธิฐานอันศักดิ์สิทธิ์    หากใครได้ไปกราบไหว้องค์พระธาตุแล้วได้เอาไม้ไปค้ำไว้กับยอดพระธาตุที่หักลงมาแล้วเอาหน้าผากไปแตะกับยอดองค์พระธาตุที่หักลงมา จะทำให้ชีวิตของคนคนนั้นไม่ว่าจะถึงช่วงชีวิตที่ตกต่ำยังไงเราก็ยังไม่ตกต่ำถึงที่สุด  ก็เปรียบเหมือนยอดพระธาตุที่ต่อให้ตกยังไงก็ตกไม่ถึงพื้นและทำให้ชีวิตของคนนั้นมีความมั่นคงถาวร   ท่านสามารถนำธูปไปค้ำกับ ยอดของเจดีย์องค์หักลงมา  เพื่อเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุน ชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป

ยอดเจดีย์หัก เป็น จุดอธิฐานอันศักดิ์สิทธิ์

สถานที่แห่งนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทยเคยมาสักการะ  และยังเป็นสถานที่ ที่พระเจ้าหงสาลิ้นดำใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณ เพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์อีกด้วย

 

5. เข้าชม พระราชวังบุเรงนอง  หรือ   กัมโพชธานี  พระเจ้าบุเรงนองรับสั่งให้สร้างพระราชวังให้ยิ่งใหญ่  ในปี พ.ศ. 2109   เพื่อเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง  โดยกำแพงเมืองชั้นนอกมีประตูถึง 20 ประตู พื้นที่ภายในกำแพงเมืองกว้างใหญ่มาก  แม้แต่พระธาตุมุเตา  ยังจัดเป็นส่วนหนึ่งในกำแพงเมืองพระราชวังบุเรงนองแห่งนี้      สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย      นับเป็นสถานที่ที่ซึ่งมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของไทย     แต่ได้ถูกทำลายด้วยฝีมือของพวกยะไข่กับตองอูในสมัยพระเจ้านันทบุเรง ในปี พ.ศ. 2142   จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า โบราณสถานแห่งนี้ เป็นที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนอง  ท่านผู้ที่ได้รับคำสรรเสริญว่า เป็นผู้ชนะสิบทิศ และเป็นที่ประทับของพระนางสุพรรณกัลยา และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึกเมื่อต้องเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า

จนถึงเวลานี้วันเวลาผ่านไปกว่า 400 ปี  ทางรัฐบาลพม่าจึง จำลองพระราชวังและตำหนักต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ โดยอ้างอิงจากพงศาวดาร  และขุดเอาซากเสาขึ้นมาเก็บ และสร้างพระราชวังเลียนแบบของเดิมทับลงไป ตัวอาคารสร้างใหม่มี 2 ส่วน ส่วนแรก เรียกว่า   “กามโบสะตาหริ”   หรือ   “กัมโพชธานี”   เป็นส่วนที่เอาไว้ว่าราชการ และส่วนที่ 2 คือ   “บัลลังก์ผึ้ง”   เป็นส่วนที่บรรทม

พระราชวังบุเรงนอง

6.นมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเตาเลียว  หรือ พระนอนยิ้มหวาน  เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี  รองจากพระมหาธาตุมุเตา (ชเวมอดอว์)   มีความยาว 55 เมตร สูง 11เมตร    สร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะ พ.ศ.1537  ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน   คนไทยจะรู้จักพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวในนาม “พระนอนยิ้มหวาน”  เนื่องจากพระพักตร์ของท่านได้รับการวาดตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม ด้วยรอยยิ้มหวาน

พระนอนยิ้มหวาน

ตำนานเล่าขานกันว่าเป็นพระรูปสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน    ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดเล่าขานตำนานว่า มีพระราชาองค์หนึ่งไม่ศรัทธาพุทธศาสนา ทรงลุ่มหลงบูชายักษ์ตนหนึ่งขนาดปั้นรูปไว้กราบไหว้ วันหนึ่งขณะที่พระราชาเสด็จประพาสป่าพร้อมพระโอรส และพระโอรสไปพบสาวบ้านกำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารก็เกิดความหลงรัก ถึงกับพากลับเข้าวัง แต่สาวเจ้าอันเชิญพระพุทธรูปไปบูชาในวังด้วย ทำให้พระราชากริ้วมาก ถึงขั้นสั่งให้ทหารจับพระโอรสและคนรักมัดรวมกันเพื่อจะประหาร แต่ชาวบ้านได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าถ้าพระพุทธเจ้ามีจริงก็ขอให้นางแคล้วคลาด ปรากฏว่าเชือกขาดโดยพลัน ขณะที่รูปปั้นยักษ์แตกกระจาย พระราชาถึงกับทรงหันกลับมานับถือพุทธศาสนา และขอไถ่บาปด้วยการสร้างพะพุทธไสยาสน์เป็นเครื่องเตือนสติ

เดิมพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวถูกทิ้งร้าง ไม่ได้รับการดูแล มาเป็นเวลานาน จนกลายเป็นกองอิฐจมอยู่ในโคกดิน และได้มีการค้นพบเมื่อครั้งที่อังกฤษเดินทางมาสำรวจเส้นทางรถไฟในพม่าเมื่อราว 100 ปีก่อน   และหลังจากที่พม่าได้รับเอกราช จึงได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจัง ได้ทาสีปิดทองลงชาดใหม่ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

7. พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2019 มีพระพุทธรูปปางประทับ นั่งโดยรอบทิศประกอบด้วยสมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต 3 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้าโกนาคม์ (ทิศใต้) พระพุทธเจ้ากกุสันธะ(ทิศตะวันออก) และพระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนา สร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ

พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น

8. นมัสการ พระเจดีย์เยเลพญา  หรือ  พระเจดีย์กลางน้ำ  เป็นที่เคารพสักการะของชาวสิเรียม  ตามตำนานเล่ากันว่าสร้างเมื่อพันกว่าปีก่อน ในสมัยมอญเรืองอำนาจ โดยมีคหบดีชาวมอญเป็นผู้สร้างพระเจดีย์บนเกาะเล็กๆ กลางแม่น้ำที่กว้างใหญ่  มีทัศนียภาพวิจิตรงดงามมาก   และยังได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าน้ำท่วมก็ขออย่าให้ท่วมองค์พระเจดีย์   ถ้ามีผู้คนมากราบไหว้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ขอให้ไม่มีวันเต็มล้นพื้นที่   ซึ่งสามารถรองรับผู้คนได้มากกว่า 20,000 คนเลยทีเดียว  และเล่าขานกันว่าหากต้องการทำการค้าหรือธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ จะต้องมาขอพรต่อพระเจดีย์แห่งนี้ แล้วจะทำให้การทำธุรกิจทางการค้า เจริญก้าวหน้าและสมดังใจหวัง

พระเจดีย์เยเลพญา

นอกจากนี้ระหว่างทางขึ้นไปสักการะพระเจดีย์ ตรงประตูทางเข้าจะมี ยักษ์เขียว 2 ตน  ซึ่งชาวพม่าก็เชื่อกันว่า ถ้าหากเราลูบตามตัวยักษ์ แล้วมาลูบที่ตัวเรา อาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ก็จะหายไปด้วย

หนึ่งสิ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่ต้องสักการะ คือ พระอุปคุต โดยวิหารของพระอุปคุตถูกสร้างยื่นออกมาจากเกาะเล็กน้อย  เชื่อกันว่า พระอุปคุตมีอิทธิฤทธิ์ปราบท้าววสวัตตี มีเรื่องเล่ามาว่าประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 2 หลังพุทธปรินิพพาน ณ นครปาตลีบุตราชธานี (ปัจจุบันคือเมืองปัตนะ ภาคใต้ของประเทศอินเดีย) พระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ครองราชสมบัติในขณะนั้น ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ได้ฉลองสมโภชพระสถูปเจดีย์ทั้งหมดที่พระองค์สร้างอย่างยิ่งใหญ่ ตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน แต่ถูกพญามารมาผจญ ท่านจึงนิมนต์พระอุปคุตไปปราบพญามารจนยอมแพ้ จากนั้นพระอุปคุตก็มีชื่อเสียงในทางปราบมาร ท่านมีอีกชื่อว่า “พระบัวเข็ม”   ซึ่งในทางพระเครื่องเชื่อในพุทธคุณว่าเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ก่อให้เกิดลาภผล ความมั่งมี ขจัดภยันตราย และมีอิทธิฤทธิ์ในทางขอฝนอีกด้วย

พระอุปคุต

ปัจจุบันยังมีความเชื่อในหมู่ชาวไทยวนว่า พระบัวเข็มหรือพระอุปคุตยังมีชีวิตอยู่ ในทุกวันขึ้น 15 ค่ำที่ตรงกับวันพุธ ชาวไทยวนจะเรียกว่าเป็น “วันเป็งปุ๊ด” พระอุปคุตจะออกบิณฑบาตในร่างเณรน้อย และจะออกมาเวลาเที่ยงคืน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดประเพณีตักบาตรกลางคืนขึ้น

9. ขอพร เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ที่คอยพิทักษ์คุ้มครองพระเจดีย์เยเลพญา ซึ่งชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นเทพทันใจ เมื่อท่านขอพร หรืออธิษฐานขอสิ่งใด ๆ โดยเฉพาะเรื่องการค้า ท่านย่อมได้สิ่งนั้นสมปรารถนาทันใจดังสิ่งที่หวังไว้

10.นมัสการ พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี หรือคนไทยเรียกว่า  ได้ชื่อว่างดงามที่สุดของประเทศพม่า มีความยาวกว่า 70 เมตร   พระพักตร์และขนตาที่งดงามยิ่ง นัยย์ตาเป็นแก้วสั่งผลิตเป็นพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น  แต้มสีแดงที่พระโอษฐ์  จีวรพลิ้วไหวราวกับของจริง  วางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ใต้พระบาทมีภาพวาดเป็นมิ่งมงคลสูงสุด   ประกอบด้วย ลายธรรมจักร มงคล 108 ประการ  แสดงถึงโลกทั้ง 3  ได้แก่  เครื่องหมาย 59 ประการ แสดงถึงอากาศโลก , เครื่องหมาย 21 ประการ แสดงถึงสัตว์โลก , เครื่องหมาย 28 ประการ แสดงถึงสังขารโลก  และยังมีเครื่องหมายพระเจ้าจักพรรดิ์รวมอยู่ในนั้นด้วย

พระนอนตาหวาน

11. สักการะ   เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมตั้งแต่องค์ระฆังขึ้นไปจนถึงชั้นบาตรคว่ำ  สีทองอร่าม (Sule Pagoda)  ณ ใจกลางเมืองย่างกุ้ง หรือที่เรียกกันว่า สุเลพญา (Sule Paya)  เปรียบเสมือนกับหัวใจของเมือง  และเป็นศูนย์กลางศาสนสถานมานานหลายร้อยปี   ถนนสายหลักทุกสายพุ่งเข้าหาเจดีย์แห่งนี้ นั่นเพราะว่าในสมัยที่อังกฤษครองพม่า ได้วางผังเมืองแบบ Victorian grid-plan โดยยึดเจดีย์สุเล่ เป็นศูนย์กลาง    โดยองค์เจดีย์นั้นมีความสูงประมาณ 46 เมตร   คาดกันว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี  ไม่ทราบปีที่สร้างเเน่ชัด และเก่าแก่กว่ามหาเจดีย์ชเวดากอง   สร้างขึ้นเพื่อเพื่ออุทิศให้กับซูเลนัต  ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผีนัต จำนวน 37 ตน ที่ชาวพม่านับถือคู่เคียงกับพุทธศาสนา  และข้องกับตำนานของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง  เนื่องจากเป็นนัตที่ช่วยปกป้องคุ้มครองแผ่นดินพม่าไว้ ตามตำนานแล้ว “สุเล ”  เป็นยักษ์ตนหนึ่งที่สักการะบูชาและเชื่อฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า และนำทางนายวานิชสองพี่น้องให้นำพระเกศาพระพุทธเจ้ามาบรรจุในเจดีย์ชเวดากอง ชาวพม่าจึงสร้างสุเลเจดีย์ขึ้นเป็นอนุสรณ์สถานแด่คุณความดีของยักษ์สุเล ซึ่งถือเป็นนัตตนหนึ่งในจิตวิญญาณของชนชาติพม่า

พระเจดีย์สุเล่  (Sule Pagoda) 

มีความเชื่อว่าภายในองค์เจดีย์บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าเอาไว้    ฐานเจดีย์โดยรอบ มีพระประจำวันเกิดให้สักการะบูชาตามธรรมเนียม เราจะได้เห็นชาวพม่าเข้ามากราบไหว้เป็นประจำ

ลักษณะฐานในผังแปดเหลี่ยมที่ประกอบด้วยบัวถลาสามชั้นและมาลัยเถาสามชั้น ถือเป็นลักษณะเฉพาะอีกแบบหนึ่งของเจดีย์มอญซึ่งเน้นความลาดเอียงขอฐานเป็นหลัก ส่วนด้านบนของเจดีย์องค์นี้ อยู่ในแผนผังแปดเหลี่ยมตั้งแต่องค์ระฆังจนถึงปลียอด ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะที่งดงามของเจดีย์องค์นี้ อนึ่ง มาลัยเถาสามชั้นี้อาจทำหน้ที่ทดแทน “ฐานเขียงกลมสามชั้น” ที่มักรองรับองค์ระฆังในศิลปะมอญ ซึ่งทำให้เจดีย์มอญแตกต่างไปจากเจดีย์อบบพม่าอย่างชัดเจน

12.สักการะขอพร  เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี  พระเจดีย์สุเล่ ซึ่งชาวมอญและพม่านิยมมากราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่า อธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ    นัตโบโบยีที่คุ้มครองเจดีย์สุเล่นี้จะอยู่ในลักษณะท่าทางที่ชี้ไปสู่เจดีย์ชเวดากอง   ซึ่งตามตำนานเจดีย์ชเวดากอง กล่าวว่า เทพโบโบจี อันเป็นเทพารักษ์ประจำเมือง ได้ชี้ตำแหน่งของเนินเขาสิงคุตตระซึ่งเป็นพื้นที่สมควรสำหรับการประดิษฐานพระเกศธาตุ ให้กับเจ้าเมืองโอกกาลปะและสองพ่อค้า ตำแหน่งที่ปรากฏตัวของเทพโบโบจีนั้นได้แก่ตำแหน่งของเจดีย์สุเล่ในปัจจุบัน

 เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี  พระเจดีย์สุเล่

13. สักการะ  เจดีย์โบตาทาวน์ (Botahtaung Pagoda)  หมายถึง “ทหาร 1,000 นาย” โดยมีความเชื่อเล่ากันมาต่อๆ กันว่าเมื่อประมาณ  2,000 ปีที่แล้ว พระเจ้าโอกะลาปะกษัตริย์มอญ ได้ให้ทหาร 1,000 นาย ตั้งแถวถวายความเคารพพระเกศาธาตุ ,สารีริกธาตุ  ที่อันเชิญมาจากอินเดียเพื่อนำไปบรรจุไว้ที่ มหาเจดีย์ชเวดากอง  และทรงบรรจุเส้นพระเกศาธาตุไว้ 1 เส้น ในองค์เจดีย์แห่งนี้    ต่อมาได้มีการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์ผลจากความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบตาทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศลง   และในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ     ครั้นเมื่อเจดีย์โบตาทาวน์องค์ใหม่สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496  จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใสประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์  และสร้างโครงสร้างใหม่โดยให้ฐานเจดีย์มีช่องซิกแซกคล้ายเขาวงกต  ภายในสีทองอร่ามสวยงาม และนำวัตถุโบราณจัดแสดงและทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด

เจดีย์โบตาทาวน์ (Botahtaung Pagoda)

พระทองคำ เจดีย์โบตาทาวน์ (Botahtaung Pagoda)

14. ขอพร นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ เทพศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองดูแลเจดีย์โบตาทาวน์แห่งนี้   วิธีการสัการะนัตโบโบยี   เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปรารถนาทันใจ โดยให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย จากนั้นก็ให้เอาเงินที่เป็นดอลล่า เงินบาท หรือจ๊าด   แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้ว ดึงกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นสิริมงคล  จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะสมพรตามความปรารถนาที่ตั้งใจไว้

นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ

15.พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีความงดงาม เดิมตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ได้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต นอกจากพระพุทธรูปทองคำแล้ว ยังมี พระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเก็บรักษาไว้ในตู้กระจก อยู่ใกล้ๆกับวิหารพระทองคำ

พระทองคำ เจดีย์โบตาทาวน์ (Botahtaung Pagoda)

16. สักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า “ อะมาดอวเมี๊ยะ ” ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธ ศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต  ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบต้องเข้าไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้

เทพกระซิบ  อะมาดอวเมี๊ยะ

17. สักการะ พระหินอ่อน (เจ๊าดอจี) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ แกะสลักจากหินอ่อนที่มีขนาด  ใหญ่ที่สุดในพม่ามีน้ำหนักถึง 60 ตัน สูง 37 ฟุต แกะสลักโดยช่างชาวเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งถือว่าเป็นช่างที่ฝีมือดีที่สุดของ พม่า นำชมปาง ช้างเผือก ที่เป็นช้างคู่บ้านคู่เมืองของพม่ามีสีขาวเผือกตลอดทั้งตัวจำนวน 3 เชือก ต้องตามคชลักษณะของช้างเผือกทุกประการ

พระหินอ่อน (เจ๊าดอจี) 

18. ช้อปปิ้งที่   ตลาดอองซาน (Bogyoke AungSan) หรือ ตลาดสก๊อต(Scot Market)    เป็นตลาด เก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของ อังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่ง นี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่า ภาพวาดงานแกะสลักจากไม้อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา เป็นต้น(หากซื้อสิ้นค้าหรืออัญมณีที่มีราคาสูงควรขอใบเสร็จรับเงินด้วยทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ)

ตลาดอองซาน (Bogyoke AungSan) หรือ ตลาดสก๊อต(Scot Market) 

 

พิเศษเมนูกุ้งแม่น้ำเผา 

กุ้งเผา พม่า

** หมายเหตุ :  สามารถเดินทางได้ตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป  โปรแกรมทัวร์นี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ท่องเที่ยว ตามความเหมาะสม ของเวลาเที่ยวบินไป-กลับโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ **

อัตราค่าบริการรวม

  • ที่พักโรงแรมตามรายการ 
  • อาหารตามรายการระบุ (สงวนสิทธิในการสลับมื้อหรือเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารตามสถานการณ์)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการระบุ
  • ค่ารถโค้ชรับ-ส่งสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการระบุ
  • ค่าไกด์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์นำเที่ยวตามรายการ ( หัวหน้าทัวร์ จะมีกรณี 10 ท่านขึ้นไป )
  • ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1,000,000 บาท (เป็นไปเงื่อนไขตามกรมธรรม์) ******
  • ภาษีน้ำมันและภาษีตั๋วทุกชนิด 
  • ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20 กก.ต่อ 1 ใบ

 อัตราค่าบริการไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป – กลับ
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม  7%
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษ,โทรศัพท์-โทรสาร,อินเตอร์เน็ต,มินิบาร์,ซักรีดที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ

 ** ขณะนี้รัฐบาลไทยและเมียนมาร์ได้ลงนามความตกลง ยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ และจะมีสิทธิพำนักในดินแดนของอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2558 ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องกลับมายื่นวีซ่าปกติอีก ทางทัวร์จะต้องเรียกเก็บค่าวีซ่าเพิ่มอีกท่านละ 1,000 บาท **

 

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง

   กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้า ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระมัดจำ 5,000 บาท   ส่วนที่เหลือชำระทันทีก่อนการเดินทางไม่น้อย กว่า 45 วัน มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ 

2.กรณียกเลิก  

2.1 ยกเลิกการเดินทางก่อนการเดินทาง 45 วัน บริษัทฯ จะคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด ** ยกเว้นในกรณีวันหยุดเทศกาล, วันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

2.2 ยกเลิกการเดินทาง 30-45 วัน ก่อนการเดินทาง หักค่าทัวร์ 50%และริบเงินมัดจำทั้งหมด

2.3 ยกเลิกภายใน 30 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

3. กรณีเจ็บป่วย   จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการ เดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง

 ในกรณีเจ็บป่วยกะทันหันก่อนล่วงหน้าเพียง 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี

4.บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนดไว้ เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทฯ และผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

5.คณะผู้เดินทางจำนวน 15 ท่านขึ้นไปจึงออกเดินทางมีหัวหน้าทัวร์ไทยร่วมเดินทางไปด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม

– บริษัทฯมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมทัวร์ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

– เที่ยวบิน , ราคาและรายการท่องเที่ยว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

– หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับตั้งแต่วันเดินทาง และบริษัทฯรับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น (หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน บริษัทฯไม่รับผิดชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางได้ )

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดความล่าช้าของสายการบิน,การประท้วง,การนัดหยุดงาน,การก่อจลาจล หรือกรณีท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือ เจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งจากไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯหรือเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม)

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ,ไม่ทานอาหารบางมื้อ,เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางบริษัทฯได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาจ่ายขาด ก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้วเป็นการชำระเหมาขาด

– ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรมและหรือเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเองหรือในกรณีที่กระเป๋าเกิดสูญหายหรือชำรุดจากสายการบิน

– กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯและในต่างประเทศปฎิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศที่ระบุไว้ในรายการเดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

– ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วราคาพิเศษ กรณีที่ท่านไม่เดินทางพร้อมคณะไม่สามารถนำมาเลื่อนวันหรือคืนเงินและไม่สามารถเปลี่ยนชื่อได้

– เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนผ่านตัวแทนของบริษัทฯหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯจะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆที่ได้ระบุไว้ข้างต้นนี้แล้วทั้งหมด

– กรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น Charter Flight , Extra Flight  จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมด

 

** ก่อนตัดสินใจจองทัวร์ควรอ่านเงื่อนไขการเดินทางอย่างถ่องแท้แล้วจึงมัดจำเพื่อประโยชน์ของท่านเอง **