Price: 69,900
Book Now!

1493609729129PWT-มหาวิหารซานตามาเรียแห่งวาเลนเซีย

10 วัน 7 คืน นำท่านบินสู่…เส้นทางแห่งเมืองมรดกโลก โปรตุเกส – สเปน

ชมเมืองลิสบอน เมืองหลวงแห่งประเทศโปรตุเกส แหลมโรกา (Capo Da Roca) จุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป

ชมมหาวิทยาลัยโกอิมบรา (Coimbra University) อดีตมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ที่ถูกเปลี่ยนเป็นพระราชวังหลวง (Coimbra Royal Palace) เที่ยวเมืองไวน์ชื่อดัง เมืองปอร์โต้ (Porto)

เข้าชม พระราชวังหลวง (Royal Palace) แห่งกรุงมาดริด (Madrid) ประเทศสเปน

ถ่ายรูปกับมหาวิหาร วาเลนเซีย หรือ มหาวิหารซานตามาเรียแห่งวาเลนเซีย (Catedral de Santa Maria de Valencia)

แวะเที่ยวชมสนามฟุตบอลคัมป์นู ของสโมสรบาร์เซโลน่า  

***พิเศษ… ชมโชว์ระบำฟลามินโก้ อันโด่งดัง พร้อมชิมอาหารท้องถิ่น หมูหัน และข้าวผัดสเปน!!***

 

กำหนดวันเดินทาง:  ปี 2560

กรกฎาคม : 3 – 12, 26 ก.ค. – 4 ส.ค.

สิงหาคม : 23 ส.ค. – 1 ก.ย.

Day 1

วันแรกของการเดินทาง                กรุงเทพฯ  
22.00. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรสต์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

Day 2

วันที่สองของการเดินทาง              กรุงเทพฯ – ดูไบ – ลิสบอน
01.35 น. ออกเดินทางดูไบโดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385
04.45 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
07.25 น. ออกเดินทางสู่กรุงลิสบอน โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK 191
12.35 น. ถึงสนามบินลิสบอน ประเทศโปรตุเกส (Portugal) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อฉลองการครบ 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์

แวะถ่ายรูปกับหอคอยเบเล็ง (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม

นำเข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม (Jeronimos Monastry) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโกดากามา ที่เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ามานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และ ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
  นำคณะเข้าสู่ที่พัก OLAIAS PARK HOTEL หรือเทียบเท่า

Day 3

วันที่สามของการเดินทาง       ลิสบอน – แหลมโรกา – ซินทรา – ฟาติมา – โกอิมบรา
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
         

จากนั้นพาท่านเดินทางชมแหลมโรกา (Capo Da Roca) จุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป ซึ่งท่านสามารถซื้อใบประกาศนียบัตร (Certificate) เป็นที่ระลึกในการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้

จากนั้นเดินทางสู่เมืองซินทรา (Sintra) อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมือง เป็นอีกเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นของแคว้นแกรนด์ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

ระยะทาง 40 กม.

เวลาการเดินทางประมาณ 45 นาที

 

 

 

 

 

 

 

 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย    

นำท่านเดินทางสู่เมืองฟาติมา (Fatima) ซึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญของคริสต์ศาสนิกชน นำท่านเข้าชมโบสถ์แม่พระฟาติมา (The Lady of Fatima Basilica) ซึ่งเป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก ก่อสร้างในปี 1928 – 1953 ชมรูปปั้นพระแม่มารี ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นหนึ่งในหลายเส้นทางของคริสต์ศาสนิกชนในการแสวงบุญ ที่มีความเชื่อว่าพระแม่มารีได้เคยปรากฏตัวให้เด็กน้อย 3 คนได้เห็นเป็นครั้งแรกที่แอบหลบภัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และได้บอกกับเด็กทั้งสามคนถึงเหตุผลที่พระองค์ลงมาจากสวรรค์ เพื่อให้ลูเซีย ได้บันทึกไว้ถึงคำทำนายและคำสอนของพระแม่มารี ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆที่ลูเซียได้บันทึกไว้ก็ล้วนเป็นความจริงที่ปรากฏขึ้นมาภายหลัง นำท่านเดินทางสู่เมืองโกอิมบรา (Coimbra) อีกเมืองหนึ่งที่สำคัญของโปรตุเกส ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือแม่น้ำมอนเดโก (Mondego) ซึ่งสมัยถูกปกครองโดยอาณาจักรโรมันได้รับการเรียกขานว่า เอมีเนียม และได้ถูกยึดครองโดยชาวแขกมัวร์ ในปี ค.ศ.711 และเป็นเมืองที่เชื่อมการค้าระหว่างชาวคริสต์ทางเหนือและชาวมุสลิมทางใต้ จนในปี ค.ศ.1064 กษัตริย์เฟอร์ดินัลที่ 1 แห่งลีออน ได้รบชนะแขกมัวร์และปลดปล่อยเมืองโกอิมบรา นำชมมหาวิทยาลัยโกอิมบรา(Coimbra University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อตั้งในปี ค.ศ.1290 แต่ก็ถูกเปลี่ยนเป็นพระราชวังหลวง (Coimbra Royal Palace) โดยกษัตริย์ คิงส์จอห์นที่ 3 ในปี ค.ศ.1537 ซึ่งยังคงศิลปะสไตล์บาร็อคที่สวยงาม

ระยะทาง 146 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.15 ชม.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระยะทาง 89 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  นำคณะเข้าสู่ที่พัก TRYP COIMBRA HOTEL หรือเทียบเท่า

Day 4

วันที่สี่ของการเดินทาง      โกอิมบรา – ปอร์โต้ – ซาลามังกา  
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปอร์โต้ (Porto) ทางเหนือของประเทศโปรตุเกส เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงถึง “ไวน์ปอร์โต้” ซึ่งเป็นแหล่งไวน์ชั้นดีของคนที่มีรสนิยมในการดื่มไวน์ และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองและตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดรู และเมืองนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ ในปี ค.ศ.1996 อีกด้วย

นำท่านชมเมืองมรดกโลกปอร์โต้ ชมย่านจัตุรัสกลางเมือง Praça dos Liberdade ประกอบด้วยอาคารสวยงามที่เป็นที่ทำการของธนาคารและโรงแรม และศาลาว่าการเมือง

ชมสถานีรถไฟ São Bento ซึ่งภายในมีการตกแต่งด้วยกระเบื้องเขียนสีที่มีลวดลายสีน้ำเงิน ที่เล่าเรื่องราวของชาวโปรตุเกส

แวะถ่ายรูปกับโบสถ์ Sé de Porto ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง อายุกว่าพันปี โบสถ์แห่งนี้เป็นที่จัดงานอภิเษกสมรสของกษัตริย์ João ที่ 1 บิดาของเจ้าชายเฮนรี่ ผู้บุกเบิกการเดินเรืออันยิ่งใหญ่ของโปรตุเกส สร้างอยู่บนเนินที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมือง

ระยะทาง 123 กม. ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ2 ชม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย

นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่เมืองซาลามังกา (Salamanca) ในแคว้นคาสตีลและเลออน ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ตั้งอยู่บนที่ราบสูงริมแม่น้ำตอร์เมส เป็นเมืองที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการค้าขายในสมัยโรมันเรืองอำนาจ ปัจจุบันเมืองนี้ได้รับขึ้นเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ ในปี ค.ศ. 1988 นำท่านสู่พลาซ่า มายอร์ (La Plaza Mayor) ศูนย์กลางของเมืองที่สร้างโดยศิลปะสไตล์บาร็อค ที่เป็นเอกลักษณ์ของความร่ำรวยในยุคศตวรรษที่ 16 -18 อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย

ระยะทาง 353 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.45 ชม.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำคณะเข้าสู่ที่พัก HORUS SALAMANCA HOTEL หรือเทียบเท่า

Day 5

วันที่ห้าของการเดินทาง      ซาลามังกา – เซอโกเบีย – มาดริด – พระราชวังหลวง    
เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
   

นำท่านเดินทางสู่เมืองเซอโกเบีย (Segovia) เมืองท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่งของสเปน องค์การ UNESCO ยังได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1985 ชมรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซอโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง นำท่านเดินเล่นในเขตเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดตลอดสองข้างทาง

 

 

 

 

 

 

ระยะทาง 170 กม.   ใช้เวลาเดินทาง  ประมาณ 2.30 ชม.

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (หมูหันสเปน)
บ่าย    

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงมาดริด (Madrid)  เมืองหลวงของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาที่นี่ และประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ ยกเว้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1601-1607 เมืองมาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (Royal Palace) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส สวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาโรค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆกว่า 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นคลังเก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆอาทิ พัดโบราณ, นาฬิกา, หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ จากนั้นนำท่านชมอุทยานหลวงที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาล ชมอนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส กวีเอกชาวสเปนที่ตั้งอยู่เหนืออนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ในสวนสาธารณะ

ระยะทาง 91 กม.  ใช้เวลาเดินทาง  ประมาณ 1.30 ชม.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
  นำคณะเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN MADRID CALLE ALCALA หรือเทียบเท่า

Day 6

วันที่หกของการเดินทาง      มาดริด – โทเลโด – มหาวิหารแห่งโทเลโด – พลาซ่า มายอร์ – ชมโชว์ระบำฟลามินโก้      
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโทเลโด (Toledo)  เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นแหล่งมรดกโลกอีกด้วย มีทัศนีภาพที่สวยงาม เนื่องจากมีแม่น้ำเทกัส ไหลผ่านเมือง นำท่านเข้าชม มหาวิหารแห่งโทเลโด (Toledo Cathedral) เนื่องจากเป็นวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสเปน รองจากวิหารเมืองเซบีญ่า ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13  ความงดงามอลังการสไตล์โกธิก ภายในมหาวิหารมีการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรด้วยไม้แกะสลักและภาพสลักหินอ่อน

ระยะทาง 73 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชม.

 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย

จากนั้นนำท่านเดินกลับสู่กรุงมาดริด  เพื่อนำท่านสู่ พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor of Madrid) ใกล้เขตปูเอต้าเดลซอล หรือประตูพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นจตุรัสใจกลางเมือง นับเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปน (กิโลเมตรที่ศูนย์) และยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมืองที่หนาแน่นด้วยร้านค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่มากมาย นำท่านแวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นหมีเกาะต้นเชอรี่ (The bear and the cherry tree in Madrid) อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งของกรุงมาดริด

ระยะทาง 73 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชม.

 

 

 

 

ค่ำ  

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง พร้อมชมโชว์ ระบำ  ฟลามิงโก ศิลปะระบำสเปน หนึ่งในการแสดงที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลก ทั้งท่วงท่าการร่ายรำประกอบเสียงดนตรีที่เร้าใจสนุกสนาน

  นำคณะเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN MADRID CALLE ALCALA หรือเทียบเท่า

Day 7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง        มาดริด – วาเลนเซีย  – มหาวิหารวาเลนเซีย 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรแงรม
 

นำท่านเดินทางสู่เมืองวาเลนเซีย (Valencia) เมืองหลวงของแคว้นบาเลนเซีย แคว้นปกครองตนเองที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำตูเรีย (Turia River) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศสเปน และยังเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงคือ สโมสรฟุตบอลวาเลนเซีย ชมย่านใจกลางจัตุรัสเมืองเก่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลาง, ที่ทำการไปรษณีย์, ร้านค้า, สนามสู้วัวกระทิง

ระยะทาง 357 กม. ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 5 ชม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย

นำท่านชมย่านใจกลางจัตุรัสเมืองเก่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลาง, ที่ทำการไปรษณีย์, ร้านค้า, สนามสู้วัวกระทิง นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารวาเลนเซีย หรือ มหาวิหารซานตามาเรียแห่งวาเลนเซีย (Catedral de Santa Maria de Valencia) มหาวิหารที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเก่า สร้างขึ้นในสไตล์ผสมผสานอาทิ โกธิค, นีโอคลาสสิก, บาร็อค และอื่นๆ ด้านข้างจะเป็น หอระฆังเอล มิกูเลต (El Miguelete) ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1381 และสิ้นสุดในปี 1429 และติดกันเป็นโบสถ์แม่พระ นักบุญอุปถัมถ์ประจำเมือง ตลอดสองข้างทางมีภัตตาคาร, บาร์, ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย จากนั้นนำชมเขตเมืองใหม่ที่ตั้งของท่าเรือเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมือง ประกอบไปด้วย โรงภาพยนตร์, โรงศิลปะการแสดง, พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และอุทยานสมุทรภูมิศาสตร์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
  นำคณะเข้าสู่ที่พัก REY DON JAIME หรือเทียบเท่า

Day 8

วันที่แปดของการเดินทาง       วาเลนเซีย – บาร์เซโลน่า      
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 

นำท่านเดินทางเลาะเลียบชายฝั่งทะเล กอสตา เดล อะซาร์ (Costa del Azahar) หรือ ชายฝั่งดอกส้มบาน ตั้งชื่อตามสวนส้มที่ปลูกทั่วที่ราบชายฝั่งและส่งกลิ่นหอม หวานในฤดูใบไม้ผลิ ผ่านเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแถบเมดิเตอร์เรเนียน

จนเข้าสู่เมืองบาร์เซโลน่า (Barcelona) นครใหญ่แห่งคาตาลันยา และเมืองสำคัญอันดับ 2 ของสเปน

ระยะทาง 351 กม. ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 5 ชม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย

นำท่านเข้าชมภายในโบสถ์ซากราดา แฟมิเลีย (La Sagrada Familia)  โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์สัญลักษณ์ของเมือง โดยฝีมือการออกแบบของ อันตอนี เกาดี สถาปนิกชาวคาตาลัน เป็นผลงานที่เรียกว่า โมเดิร์นนิสโม เป็นงานศิลปะเฉพาะถิ่นและเป็นอาร์ตนูโวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1882 แม้กระทั้งจนถึงปัจจุบันก็ยังสร้างไม่แล้วเสร๊จ ถึงกระนั้นองค์การยูเนสโก้ ก็ได้จัดให้เป็นมรดกโลก โดยมหาวิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมโดดเด่นแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก

นำท่านเข้าชมปาร์ค กูเอล (Parque Guell) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่โชว์ผลงานอันโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมของอันตอนี เกาดี สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ถูกล้อมรอบด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ ด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมงานกระเบื้องที่เน้นรูปทรงธรรมชาติในสีสันที่ตัดกัน ดูโดดเด่น แปลกตา และเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  นำคณะเข้าสู่ที่พัก FRONT AIR CONGRESS HOTEL หรือเทียบเท่า

Day 9

วันที่เก้าของการเดินทาง        บาร์เซโลน่า – เนินเขา Montjuïc – สนามคัมป์นู – สนามบิน  
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมือง เพื่อนำท่านขึ้นสู่จุดชมวิวของเมืองที่เนินเขา Montjuïc เป็นเนินเขาในบาร์เซโลน่าที่มีทัศนียภาพอันงดงาม ทางด้านตะวันออกของเนินเขายังมีหน้าผาสูงชันซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่งกำแพงเมือง ส่วนด้านบนเป็นที่ตั้งของป้อมปราการหลายแห่ง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามฟุตบอลของสโมสรบาร์เซโลน่า สนามคัมป์นู (Camp Nou) ที่มีขนาดใหญ่มาก โดยมีความจุผู้เข้าชมได้ถึงเกือบ 99,000 คน มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายรูปคู่กับสนามฟุตบอล พร้อมทั้งเลือกซื้อของที่ MEGA STORE ของทีมบาร์เซโลน่า

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
 

จากนั้นนำท่านเดินเล่นบริเวณ ถนน ลา รัมบลาส (La Ramblas) ถือเป็นถนนชื่อดังของเมืองบาร์เซโลน่า นอกจากจะสะอาดสะอ้านและมีต้นไม้คอยสร้างความร่มรื่นให้ตลอดทางแล้ว ยังมีร้านค้ามากมาย โดยที่ปลายสุดของถนนสายนี้เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส Christopher Columbus ผู้ค้นพบทวีปอเมริกาในปี ค.ศ.1492

17.30 น.

นำเดินทางสู่สนามบินบาร์เซโลน่า เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

22.40 น. ออกเดินทางโดยสายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่ EK188

Day 10

วันที่สิบของการเดินทาง              ดูไบ – กรุงเทพฯ  
07.35 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
09.40 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 372
19.15 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ